ตีแยรี อ็องรีกับสไตส์การเล่น

ufa1688  อ็องรีเป็นตัวเลือกแรกในการเตะฟรีคิกให้กับอาร์เซนอล
ถึงแม้ว่าอ็องรีจะเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าตั้งแต่ครั้งอยู่ในชุดเยาวชน แต่เมื่อเขาอยู่กับโมนาโกและยูเวนตุส เขาก็ได้เล่นในตำแหน่งปีก จนเมื่ออ็องรีเข้ามาอยู่กับอาร์เซนอลในปี ค.ศ. 1999 แวงแกร์ก็ได้เปลี่ยนตำแหน่งการเล่นเขาทันที โดยเปลี่ยนมาเล่นในตำแหน่งที่เขาเคยเล่นสมัยเยาวชน โดยจะเล่นคู่กับเพื่อนร่วมทีมชาวดัตช์ที่มากประสบการณ์อย่าง แด็นนิส แบร์คกัมป์ ในฤดูกาล 2004–05 แวงแกร์เปลี่ยนรูปแบบการเล่นของอาร์เซนอลมาเป็น 4–5–1 การเปลี่ยนรูปแบบการเล่นนี้ทำให้อ็องรีต้องปรับตัวอีกครั้ง มีหลายเกมที่เขาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าคนเดียว อ็องรียังคงเป็นผู้เล่นแนวรุกที่สำคัญของอาร์เซนอล มีหลายครั้งสามารถยิงประตูได้น่าตื่นเต้นดุจดั่งเวทมนตร์ แวรแกร์เคยพูดถึงเขาไว้ว่า "ตีแยรี อ็องรี สามารถที่จะนำพอลได้จากกลางสนามและสามารถยิงประตูที่ไม่มีใครในโลกสามารถยิงได้"

หนึ่งในเหตุผลที่เขาได้รับการชมเชยในการเล่นอันน่าประทับใจในการเล่นกองหน้านั้น คือความสามารถที่ยิงประตูแบบหนึ่งต่อหนึ่งได้อย่างใจเย็น นี่รวมถึงความยอดเยี่ยมของฝีเท้า ที่เขาสามารถเลี้ยงลูกฝ่ากองหลังเข้าทำประตูได้เป็นประจำ เมื่อเริ่มเล่น เขาเป็นที่รู้จักในด้านการเคลื่อนตัวไปทางแนวกว้างไปในตำแหน่งปีกซ้าย จากนั้นเขาก็สามารถเป็นผู้จ่ายบอลได้มากมาย โดยในระหว่างฤดูกาล 2002–03 และ 2004–05 เขาเป็นผู้จ่ายบอลยิงประตูได้ 50 ลูก แสดงให้เห็นถึงความใจกว้างและความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นของเขา อีกรูปแบบการเล่นของเขา อ็องรีดันตัวเองมาอยู่ ณ ตำแหน่งล้ำหน้าเพื่อหลอกกองหลัง จากนั้นก็วิ่งถอยไปให้อยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า ก่อนที่จะเล่นลูก และทำลายกับดักล้ำหน้าของทีมคู่แข่ง ความหลากหลายในการเล่นทั้งในตำแหน่งปีกและกองหน้าตัวเป้า เขาไม่ใช่นักฟุตบอลที่เดาทางถูกได้ง่าย เขาเป็นกองหน้าตัวเป้าอย่างแท้จริง เขายังเป็นกองหน้าที่ยิงลูกได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างสม่ำเสมอของยุโรป อ็องรีเป็นตัวเลือกแรกในการยิงลูกโทษ การเตะลูกเซตพีซ และการเตะลูกฟรีคิกของอาร์เซนอลเสมอ โดยเขายังสามารถยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย

จอร์แดน เฮนเดอร์สันกับการลงเล่น ทีมชาติอังกฤษ

ufa1688 จอร์แดน ไบรอัน เฮนเดอร์สัน (อังกฤษ: Jordan Brian Henderson; เกิด 17 มิถุนายน ค.ศ. 1990) เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองกลางให้กับลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ

เฮนเดอร์สันเคยเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลซันเดอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 2008 โดยทำประตูไป 4 ประตู ปัจจุบันเขาได้ย้ายมาเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลในปี ค.ศ. 2011 โดยสวมเสื้อหมายเลข 14 และเป็นรองกัปตันทีมลิเวอร์พูลในปี 2014 และในวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ลิเวอร์พูล แต่งตั้ง เฮนเดอร์สัน ให้เป็นกัปตันทีมลิเวอร์พูลแทน สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันทีมที่ย้ายไปอยู่ ลอสแอนเจลิส แกแลกซี

ในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤฟษ เฮนเดอร์สันลงแข่งมากกว่า 50 นัด ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 ลงแข่งใน 4 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่คือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012, 2016 และฟุตบอลโลก 2014 และฟุตบอลโลก 2018 เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลอังกฤษแห่งปี 2 ครั้ง ในระดับอายุต่ำกว่า 21 ปี และรุ่นใหญ่ ถือเป็นนักฟุตบอลอังกฤษคนแรกที่ได้สองรุ่นควบกัน

ทีมชาติอังกฤษ

ทีมชุดใหญ่
ในวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 เฮนเดอร์สัน ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นนัดแรก ในนัดที่เจอกับ ฝรั่งเศส โดยลงสนามเป็นตัวจริงในตำแหน่งกองกลางคู่กับ สตีเวน เจอร์ราร์ด

ทีมชาติอังกฤษได้เรียกตัว จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ติดรายชื่อชุดลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนแทน แฟรงก์ แลมพาร์ด ที่มีอาการบาดเจ็บ เฮนเดอร์สัน ลงเล่นนัดแรกให้ทีมชาติ โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองแทน สก็อต พาร์กเกอร์ ในนัดที่เสมอกับ ฝรั่งเศส 1-1 และพาทีมได้อันดับ 1 ของกลุ่มดี อังกฤษชนะ 2 เสมอ 1 (เสมอ ฝรั่งเศส 1-1, ชนะ สวีเดน 3-2 และ ชนะ ยูเครน 1-0) โดยพาทีมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เฮนเดอร์สัน ลงมาเป็นตัวสำรองแทน สก็อต พาร์กเกอร์ อีกครั้งในช่วงต่อเวลาพิเศษในนัดที่เจอกับ อิตาลี แต่พ่ายในการดวลจุดโทษ 2-4 หลังเสมอ 0-0 ใน 90 นาที ทำให้ทีมชาติอังกฤษต้องตกรอบรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันในฟุตบอลยูโร

ในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ทีมชาติอังกฤษได้เรียกตัว จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ติดรายชื่อ 23 คน ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล โดย อังกฤษ ได้อยู่กลุ่มดี ร่วมกับ อุรุกวัย, คอสตาริกา และ อิตาลี ในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2014 เฮนเดอร์สัน ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในฟุตบอลโลก กลุ่มดี ทั้ง 2 นัดในนัดที่แพ้ให้กับ อิตาลี และ อุรุกวัย 1-2 สุดท้าย อังกฤษ ก็ต้องตกรอบแรก ได้อันดับสุดท้ายของกลุ่มดี เสมอ 1 แพ้ 2 (แพ้ อิตาลี 1-2, แพ้ อุรุกวัย 1-2 และ เสมอ คอสตาริกา 0-0) ทำให้ทีมชาติอังกฤษต้องจบเส้นทางฟุตบอลโลกที่บราซิลเพียงรอบแรกเท่านั้น และเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปีที่อังกฤษตกรอบแรกฟุตบอลโลก

ทีมชาติอังกฤษเรียกตัวเฮนเดอร์สันติดรายชื่อ 23 คน ชุดลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ฝรั่งเศส โดย อังกฤษ อยู่กลุ่มบี ร่วมกับ รัสเซีย, เวลส์ และ สโลวาเกีย คว้าอันดับ 2 ของกลุ่มบี ชนะ 1 เสมอ 2 โดยพาทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอกับ ไอซ์แลนด์ แต่สุดท้าย อังกฤษ เป็นฝ่ายแพ้ไป 1-2 ทำให้ทีมชาติอังกฤษต้องจบเส้นทางฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่ฝรั่งเศสเพียงเท่านี้

ทีมชาติอังกฤษเรียกตัวเฮนเดอร์สันติดรายชื่อ 23 คน ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย โดย อังกฤษ ได้อยู่กลุ่มจี ร่วมกับ เบลเยียม, ปานามา และ ตูนิเซีย สุดท้าย อังกฤษ ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย คว้าอันดับ 2 ของกลุ่มจี ชนะ 2 แพ้ 1

 

แดริล ยันมาต

ufa1688 แดริล ยันมาต (ดัตช์ Daryl Janmaat; เกิดวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1989) เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับวอตฟอร์ดในพรีเมียร์ลีก และทีมชาติเนเธอร์แลนด์

ยันมาตเริ่มต้นอาชีพกับอาโดเด็นฮาค ต่อมาก็ได้ไปเล่นให้กับเฮเรินเฟนและไฟเยอโนร์ดในเอเรอดีวีซี ก่อนที่จะเข้าร่วมนิวคาสเซิลยูไนเต็ดใน ค.ศ. 2014 ด้วยสัญญา 6 ปี

ยันมาตเล่นให้กับทีมชาติมาตั้งแต่ ค.ศ. 2012 โดยเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติชุดที่จบอันดับที่สามในฟุตบอลโลก 2014

ทีมชาติ
ยันมาตลงเล่นให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 2012 โดยลงเล่นเป็นตัวจริงครบ 90 นาทีในนัดที่เปิดบ้านเอาชนะตุรกี 2–0 ในรอบคัดเลือกของฟุตบอลโลก 2014 ต่อมาในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 เขาได้รับเลือกจากลูวี ฟัน คาล ให้อยู่ในทีมชาติชุด 23 คนสุดท้ายในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้ายที่ประเทศบราซิล เขาได้ลงเล่นครั้งแรกในรายการนี้เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน โดยเขาทำหนึ่งแอสซิสต์ช่วยให้ทีมเอาชนะสเปน 5–1 ต่อมาในนัดชิงอันดับที่สามที่พบกับบราซิล ยันมาตลงมาเป็นตัวสำรองแทนเดลีย์ บลินด์ และทำแอสซิสต์ให้แก่จอร์จีนีโย ไวนัลดึม ช่วยให้ฮอลแลนด์เอาชนะไปได้ 3–0
เกียรติประวัติ
วอตฟอร์ด

เอฟเอคัพ รองชนะเลิศ: 2018–19
เนเธอร์แลนด์

ฟุตบอลโลก อันดับที่สาม: 2014

เรมี่ คาเบลล่า

ufa1688 

ชื่อเต็ม : เรมี่ คาเบลล่า
วันเกิด : 8 มีนาคม 1990 (อายุ 24 ปี )
เกิดที่ : อฌักซิโอ้, ฝรั่งเศส
สัญชาติ : ฝรั่งเศส
ส่วนสูง : 171 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : ห้องเครื่องแดนกลางตัวรุก
สโมสรทุกวันนี้ : นิวคาสเซิล

ประวัติส่วนตัว

     คาเบลล่าเกิดในเมือง อฌักซิโอ้ ประเทศฝรั่งเศส มีพ่อและแม่เป็นชาวอิตาเลียน เริ่มอาชีพค้าแข้งกับ อฌักซิโอ้ ในระดับเยาวชน ก่อนย้ายไปร่วมอคาเดมีของ มงต์เปลลิเย่ร์ ในวัย 14 ปี และได้คว้าแชมป์บอลถ้วยฝรั่งเศสภายใต้ทีมชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ของมงต์เปลลิเย่ร์

มงต์เปลลิเย่ร์

     คาเบลล่าเซ็นสัญญานักเตะอาชีพ 3 ปี กับ มงต์เปลลิเย่ร์ ในเดือนกรกฎาคม 2009 เขาได้รับเดี้ยงเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าขวาระหว่างการฝึกซ้อมในเดือนกันยายนและไม่ได้ลงเล่นเลยตลอดทั้งซีซั่น ต่อไป ได้ถูกปล่อยยืมตัวให้กับทีม อาร์เลส อาวิยอง ในฤดูกาล 2010-11 ทำไป 3 ประตู จากการลงเล่น 17 นัด

     คาเบลล่าเซ็นสัญญาใหม่กับมงต์เปลลิเย่ร์อีก 2 ปีในเดือนมกราคม 2012 ขยายระยะเวลาอยู่กับทีมไปจนถึงปี 2016 ในแมตช์ที่มงต์เปลลิเย่ร์ชนะเบรสต์ 1-0 วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2012 คาเบลล่าซัดวอลเล่ย์เต็มข้อแต่บอลไปแฉลบหลังของ จอฟฟรีย์ เดอร์นิส เพื่อนร่วมทีมเข้าประตูทีมคู่แข่ง ทำให้เขามืชื่อเป็นผู้ทำแอสซิสต์ของการประตูนั้น ต่อมาในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2012 คาเบลล่าทำประตูได้ในเกมที่เอาชนะอฌักซิโอ้ไป 3-0 ด้วยการชิพจากเท้าขวาข้ามหัวผู้รักษาประตูไปอย่างสวยงาม และในวันที่ 20 พฤษภาคม 2012 คาเบลล่าคว้าแชมป์ลีก เอิง กับมงต์เปลลิเย่ร์ และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดฝรั่งเศสครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย และในเดือนพฤษภาคม 2014 คาเบลล่าประกาศความต้องการว่าจะย้ายออกจากมงต์เปลลิเย่ร์ในช่วงฤดูร้อน

นิวคาสเซิล

     13 กรกฎาคม 2014 คาเบลล่าเซ็นสัญญาโยกซบ นิวคาสเซิล ทีมดังแห่งเกาะเมืองผู้ดี เป็นระยะเวลา 6 ปี โดยไม่มีการเปิดพูดค่าตัว และได้ลงแข่งอย่างเป็นทางการในแมตช์เปิดฤดูกาลที่นิวคาสเซิลเปิดบ้านพ่ายเรือใบสีฟ้าไป 0-2 โดยตัวเขาได้ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที

ทีมชาติ
     คาเบลล่ามีชื่อติดอยู่ในรายชื่อสำรองของขุนพลฝรั่งเศสชุดสู้ศึกบอลโลก 2014 ได้ลงรับใช้ชาตินัดที่หนึ่งโดยเปลี่ยนตัวกับ โยฮัน กาบาย ลงสนามนาทีที่ 80 ในแมตช์กระชับมิตรที่ฝรั่งเศสเอาชนะนอร์เวย์ไป 4-0 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2014 และในวันที่ 6 มิถุนายน คาเบลล่าถูกเรียกตัวไปแทน เคลมองต์ เกรนิเย่ร์ ที่ถอนตัวจากทีมเนื่องจากอาการเดี้ยง ในการส่งรายชื่อนักเตะชิงแชมป์บอลโลกรอบสุดท้าย

เอร์นัน เกรสโป กับ สโมสร

ufa1688 เอร์นัน เกรสโป กับ สโมสร
เกรสโปเกิดที่เมืองโฟลริดาในย่านบิเซนเตโลเปซ ซึ่งเป็นย่านชานเมืองทางตอนเหนือของกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เริ่มเป็นเล่นบอลครั้งแรกกับสโมสรฟุตบอลริเวอร์เพลต ในฤดูกาล 1993-1994 ทำประตูได้ 13 ประตู จากการลงเตะ 25 นัด และช่วยให้ริเวอร์เพลตคว้าแชมป์อาเปร์ตูราในปี ค.ศ. 1993 และ 1994 และช่วยทำให้ริเวอร์เพลตคว้าแชมป์โกปาลีเบร์ตาโดเรส (ซึ่งเป็นถ้วยฟุตบอลใบใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้) ได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1996

ในปี ค.ศ. 1996 เกรสโปได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรฟุตบอลปาร์มาในประเทศอิตาลี ช่วงที่อยู่ปาร์มาก็ช่วยทำให้ได้รองแชมป์ลีกด้วยการยิงไป 12 ประตู จากการลงเล่น 27 นัด และในปี ค.ศ. 1999 ก็ช่วยให้ปาร์มาได้ดับเบิลแชมป์ด้วยการคว้าแชมป์ UEFA คัพและอิตาเลียนคัพได้สำเร็จ ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมลาซิโอในปี ค.ศ. 2000 ด้วยค่าตัวแพงเป็น Stats โลก ซึ่งมีนักเตะเพียงไม่กี่คนที่มีค่าตัวระดับนี้

เกรสโปเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนหนึ่ง ในช่วงที่ย้ายทีมจากสโมสรฟุตบอลปาร์มามาที่สโมสรฟุตบอลลาซิโอ เป็นเงิน 37,000,000 ปอนด์ และเล่นให้กับสโมสรลาซิโออยู่เพียง 2 ฤดูกาล คือ ฤดูกาล 2000-2001 และ 2001-2002 โดยฤดูกาลแรกที่อยู่กับลาซิโอ เกรสโปก็ยิงได้ 26 ประตูและเป็นดาวซัลโวสูงสุดในกัลโชเซเรียอา แต่ลาซิโอได้เพียงแค่อันดับที่ 3 เท่านั้น ในฤดูกาล 2001-2002 เกรสโปเดี้ยงอยู่พักหนึ่งและลงเล่นเป็นตัวจริงไม่กี่นัด ทำประตูได้ 14 ประตู

ในปีถัดมา ทางลาซิโอมีปัญหาทางการเงิน จึงจำใจต้องขายนักเตะที่สำคัญออกไป ซึ่งมีนักเตะซูเปอร์สตาร์ทั้งอาเลสซานโดร เนสตา และเอร์นัน เกรสโปรวมอยู่ด้วย โดยขายให้กับอินเตอร์มิลาน ทางอินเตอร์ได้ทำสัญญาลงซื้อเกรสโปด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร พร้อมแถมแบร์นาร์โด กอร์ราดีให้กับทางลาซิโออีกด้วย ซึ่งอินเตอร์ต้องการเกรสโปมาทดแทนโรนัลโดที่ย้ายไปอยู่กับราชันชุดขาว เกรสโปอยู่กับทางอินเตอร์ได้เพียงฤดูกาลเดียวก็เป็นที่หมายตาของเซลซี ภายใต้การคุมทัพของกุนซือเกลาดีโอ รานีเอรี ที่ต้องการนักเตะซูเปอร์สตาร์เข้ามาเสริมทีม ซึ่งเป็นช่วงที่โรมัน อับราโมวิชทุ่มซื้อเชลซีและให้กุนซือเลือกนักเตะซูเปอร์สตาร์ที่ต้องการโดยพร้อมจ่ายเท่าไรก็ได้ โดยเชลซีทุ่มซื้อเกรสโปด้วยจำนวนเงินกว่า 16,800,000 ปอนด์ เกรสโปจึงย้ายไปค้าแข้งบนเกาะ England กับเชลซีในปี ค.ศ. 2003

ซึ่งช่วงเวลาที่ย้ายไปอยู่กับเชลซีฤดูกาลแรกนั้น เกรสโปได้ลงเพียง 19 นัด ทำไป 10 ประตู ก่อนที่เชลซีจะเปลี่ยนกุนซือเป็นโชเซ มูรีนโย ในฤดูกาลปี 2004-2005 เกรสโปไม่อยู่ในแผนการทำทีม จึงถูกปล่อยให้เอซีมิลานยืมตัวไป 1 ฤดูกาล ฟอร์มการเล่นของเกรสโปจึงดีขึ้นและมีส่วนช่วยให้เอซีมิลานเข้าชิง UEFA แชมเปียนส์ลีก พบกับหงส์แดง ซึ่งนัดนี้เกรสโปช่วยทำประตูให้มิลาน 2 ประตู ก่อนที่จะเสมอกัน 3-3 และสุดท้ายพ่ายต่อหงส์แดงลิเวอร์พูลในการดวลจุดโทษ ในฤดูกาล ปี 2005-2006 เกรสโปกลับมาเล่นให้เชลซีอีกครั้ง คราวนี้ได้ลงเป็นตัวจริงบ่อยครั้งมากขึ้น แต่ผลงานการทำประตูยังไม่เข้าตากุนซือมากนัก แต่ก็ยังอยู่ในการทำทีมของเชลซี ฤดูกาลถัดมาเชลซีได้ดึงตัวอันดรีย์ เชฟเชนโคมาร่วมทีม ทำให้เกรสโปไม่อยากอยู่เป็นตัวสำรอง เชลซีจึงปล่อยตัวให้อินเตอร์มิลานยืมตัว ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี

ช่วงที่กลับมาอยู่กับอินเตอร์มิลานเป็นครั้งที่ 2 เกรสโปมีส่วนช่วยให้ทีมได้เป็นแชมป์กัลโชเซเรียอาเป็นสมัยที่ 15 ในฤดูกาล 2006-2007 เป็นอย่างมาก เพราะได้เข้ามาทดแทนกองหน้าที่มีปัญหา เช่น อาเดรียนู ที่ฟอร์มการเล่นตกต่ำลงในฤดูกาลนี้พอดี จึงเป็นผลให้เกรสโปได้โอกาสลงสนามมากขึ้น สามารถทำประตูได้ 14 ลูก จากการลงเล่น 28 นัด ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2006 เกรสโปทำประตูที่ 125 ในเซเรียอา โดยการช่วยให้อินเตอร์มิลานเอาชนะซีเอนา 2 เมษายน ค.ศ. 2007 ก็ทำประตูที่ 200 ในการเล่นทั้งหมด 400 นัด นับตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1996 เป็นต้นมา โดยเฉลี่ยแล้วยิง 0.5 ประตูต่อ 1 นัด และในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2007 เกรสโปก็ทำคนเดียว 3 ประตูช่วยให้อินเตอร์มิลานเอาชนะลาซิโอ 4-3 แต่ในรายการโคปปาอิตาเลีย ซึ่งอินเตอร์มิลานมีโอกาสลุ้นได้ดับเบิลแชมป์นั้น เกรสโปไม่สามารถช่วยนำทีมเป็นแชมป์ได้โดยแพ้ต่อโรมาอย่างยับเยินไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 7-4

ฟีกาโย โทโมรี

ufa1688  ฟีกาโย โทโมรี (เกิดวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1997) เป็นนักฟุตบอลชาวแคนาดา-อังกฤษ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับเชลซีในพรีเมียร์ลีก

สโมสร
โทโมรี เข้าร่วมทีมเยาวชนของเชลซีในรุ่นอายุไม่เกิน 8 ขวบ และได้เล่นให้กับสโมสรเรื่อยมา เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเยาวชนเชลซีที่คว้าแชมป์ยูฟ่ายูธลีกและเอฟเอยูธคัพในปี 2015 และ 2016[3] ต่อมาในวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 เขาได้ลงเล่นเป็นสำรองให้กับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในนัดปิดฤดูกาล 2015–16 ซึ่งเป็นนัดที่เชลซีเปิดบ้านเสมอกับทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเลสเตอร์ซิตี 1–1 ต่อมาในวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2016 โทโมรี ขยายสัญญา 4 ปีกับสโมสร

ในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 2017 โทโมรี ถูกปล่อยยืมตัวให้กับไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียนในแชมเปียนชิป ต่อมาในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2017 เขาถูกปล่อยยืมตัวให้กับฮัลล์ซิตีในแชมเปียนชิปตลอดทั้งฤดูกาล และในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 2018 เขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับดาร์บีเคาน์ตีในแชมเปียนชิป โดยเป็นการยืมตัวตลอดทั้งฤดูกาล ช่วงที่โทโมรีเล่นให้กับดาร์บี เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร

หลังจากการยืมตัวอันยาวนาน โทโมรีกลับสู่เชลซี และสวมเสื้อหมายเลข 29 และในวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 2019 โทโมรีได้ทำประตูแรกในนามสโมสร ในนัดที่เชลซีบุกไปเอาชนะวูฟส์ 5-2

เกียรติประวัติ
ทีมสำรอง เชลซี

FA Youth Cup: 2014–15, 2015–16
UEFA Youth League: 2014–15, 2015–16
อังกฤษ อายุไม่เกิน 20 ปี

ฟุตบอลโลกเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี: 2017
อังกฤษ อายุไม่เกิน 21 ปี

Toulon Tournament: 2018

รางวัลส่วนตัว

UEFA European Under-19 Championship Team of the Tournament: 2016
Derby County Player of the Year: 2018–19

อันโตนีโอ กัสซาโน

ufa1688 อันโตนีโอ กัสซาโน (อิตาลี: Antonio Cassano) เกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1982 เป็นนักฟุตบอลชาวอิตาลี ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรอินเตอร์ มิลานในลีกเซเรีย อา ได้รับฉายาว่า "เพชรเม็ดงามแห่งกรุงบารี่" เคยเล่นให้กับ บารี่,โรม่า, เรอัลมาดริด และ เอซี มิลาน โดยสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม คาสซาโนเป็นนักฟุตบอลพรสวรรค์สูงมาก สามารถครองบอลได้อย่างเหนียวแน่น และเรียกฟาวล์จากคู่แข่งได้มากมาย โดยเฉพาะการทำเกมทางกราบ อีกทั้งยังสามารถจ่ายบอลได้คมและแยบยลติดระดับต้นๆของทำเนียบนักบอลอิตาลี คาสซาโนเป็นกองหน้าที่ไม่หวงบอล เขาไม่เคยคิดจะทำประตูแบบฝืนๆแต่มักจะจ่ายถวายพานให้เพื่อนร่วมทีมเจาะตาข่ายโดยง่ายดายมากกว่า จากจุดนี้เองทำให้มีข้อครหาว่าจุดอ่อนในฐานะกองหน้าของคาสซาโนคือ "การทำประตูได้น้อยเกินไป"คาสซาโนแจ้งเกิดกับ"บารี่"ทีมทางใต้ของประเทศอิตาลี ซึ่งหลังจากโชว์ฟอร์มได้ไม่นาน "สโมสรฟุตบอลโรมา" ทีมยักษ์ใหญ่ในอิตาลีก็ดึงตัวมาทันที ซึ่งทั้งความสามารถและลีลาอันบรรเจิดของเขา ทำให้ถูกสื่อมวลชนนำมาเปรียบเทียบกับนักเตะรุ่นพี่ "ฟรันเชสโก ตอตตี" ทันที คาสซาโน เป็นนักเตะอารมณ์ศิลปิน ไม่เคยเกรงใจใคร และสามารถปล่อยอารมณ์รุนแรงได้ทุกครั้งที่มีอะไรมาสะกิดต่อมโมโห แต่เขาก็ไม่ใช่นักเตะที่เล่นฟุตบอลสกปรกแต่อย่างใด หนำซ้ำยังเป็นนักบอลที่ทำฟาวส์น้อยมาก ถ้าเทียบกับชื่อเสียงในเรื่องความห่ามของเขา

สโมสรอาชีพ
บารี่

คาสซาโน่ เกิดในเมืองบารี่ โดยพ่อของเขาได้จากครอบครัวไปตั้งแต่เขายังเด็ก หลังจากนั้นเขาก็ได้เติบโตขึ้นมาในย่านกรุงเก่าของบารี่และเริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โดยความสามารถของเขา ทำให้ได้รับเข้าเป็นนักฟุตบอลเยาวชนให้กับสโมสรบารี่ เขาเล่นนัดแรกในเซเรีย อาให้กับบารี่ในนัดที่พบกับเลซเช่ ในปี ค.ศ. 1999

โรม่า

เขาได้เซ็นสัญญากับแชมป์เซเรีย อาทีมโรม่า เมื่อเขาอายุ 19 ปี โดยมีค่าตัวอยู่ที่ 60 ล้านอิตาเลียน ลีร์(ประมาณ 30 ล้านยูโร) ในฤดูกาลแรกเขาทำไปทั้งสิ้น 5 ประตู จึงทำให้เขาถูกเลือกให้ติดทีมชาติอิตาลี โดยฟาบิโอ คาเปโล โค้ชทีมชาติอิตาลีในขณะนั้น

เปเตร์ เปการีก

ufa1688 

เปเตร์ เปการีก (เกิดวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1986) เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวสโลวาเกีย ปัจจุบันลงเล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับสโมสรกีฬาแฮร์ทาเบอร์ลินและทีมชาติสโลวาเกีย

สโมสรอาชีพ
ซิลินา
เปการีกเกิดที่เมืองซิลินา และเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับสโมสรเยาวชนของเมืองนี้เอง[1] เขาลงเล่นนัดแรกในสโลวักซูเปอร์ลีกา ให้กับ ZŤS Dubnica ด้วยสัญญายืมตัวจากซิลินา ในฤดูกาลแรก เขาได้ลงเล่น 27 นัด และกลับสู่ซิลินาในช่วงฤดูร้อน ค.ศ. 2005 เขาคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 2006–07 ซึ่งเขาได้ลงเล่น 35 นัด

ว็อลฟส์บูร์ก
เขาลงเล่นในครึ่งฤดูกาลแรกของสโลวักซูเปอร์ลีกาในฤดูกาล 2008–09 และเซ็นสัญญา 4 ปีครึ่งกับเฟาเอฟเอล ว็อลฟส์บูร์ก สโมสรในบุนเดิสลีกา เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 2009

วันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2009 นัดที่ 18 ของฤดูกาล เขาลงเล่นนัดแรกในบุนเดิสลีกาซึ่งว็อลฟส์บูร์กเสมอกับเอฟเซเคิล์น 1–1 โดยในครึ่งเวลาแรก โค้ชของเขา เฟลิกซ์ มากัท ได้เปลี่ยนตัวเปการีกลงมาเล่นแทน Cristian Zaccardo[5] เขาลงเล่นในครึ่งฤดูกาลหลังเกือบครบทุกนัด และช่วยพาว็อลฟส์บูร์กคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกของสโมสร

Kayserispor
ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011 เปการีกย้ายไปเล่นให้สโมสรในประเทศตุรกีอย่าง Kayserispor ในฤดูกาล 2011–12 ด้วยสัญญายืมตัว

แฮร์ทาเบอร์ลิน
หลังจากผ่านไปหนึ่งปีในตุรกี เปการีกได้กลับสู่ประเทศเยอรมนีอีกครั้ง และเซ็นสัญญากับสโมสรกีฬาแฮร์ทาเบอร์ลิน

ในวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2017 ฤดูกาลที่แปดของเขาในเยอรมนี เปการีกทำประตูแรกในบุนเดิสลีกา ในนัดที่แพ้ฮ็อฟเฟินไฮม์ 1–3 โดยนัดนั้นเป็นนัดที่ 151 ในบุนเดิสลีกาของเขา

ทีมชาติ
เปการีกลงเล่นทีมชาตินัดแรกในการพบกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2006 เขายิงประตูแรกในนัดที่สโลวาเกียเปิดบ้านเอาชนะซานมารีโน 7–0 เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสโลวาเกียในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016

จอร์จ เวอาห์ จากนักฟุตบอลสู่ประธานาธิบดี

ufa1688 จอร์จ ทาวลอน มันเนห์ ออปปง อุสมาน เวอาห์ (อังกฤษ: George Tawlon Manneh Oppong Ousman Weah; เกิดวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1966) เป็นประธานาธิบดีไลบีเรียคนที่ 25 และอดีตนักฟุตบอลอาชีพ เคยเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า 1

 

กำเนิดและเริ่มต้นอาชีพการค้าแข้ง

เวอาห์เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1966 ที่เมืองมอนโรเวีย ประเทศไลบีเรีย เขาเกิดมาในย่านสลัมของเมืองหลวงของประเทศกาฬทวีปแห่งนี้ ทำให้มีความยากจนข้นแค้นอย่างมาก แต่เขาเล่นฟุตบอลจนเตะตาสโมสรในไลบีเรียได้นำตัวเขามาร่วมทีมไมจ์ตี บาร์โรลล์ โดยกดไป 7 ประตูจาก 10 นัด จนได้เข้ามาร่วมทีมอินวินซิเบิล อิเลฟเว่น โดยกดไป 24 จากการลงเล่น 23 นัด จนได้เข้าร่วมทีมแอฟริกา สปอตส์ ถึงแม้จะลงเล่นแค่ 2 นัด แต่ก็ยิงได้ 1 ประตู ซึ่งถือว่าไม่น่าเกลียดนัก จึงได้เข้ามาร่วมทีมทอนเนอร์เร่ ยาอูนเดโดยยิงไป 14 ประตูจาก 18 นัดจนไปเตะตาอาร์แซน แวงแกร์ จนได้เข้าร่วมทีม โมนาโก และโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างมาก ทำให้เขาได้มาเล่นที่ปารีส แซ็ง-แชร์แม็ง และก็รักษามาตรฐานเดิมไว้ได้ จนได้ย้ายไปสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน และนั่นทำให้เขาโชว์ฟอร์มที่เรียกได้ว่าสุดยอดมากขึ้นมา จนได้บัลลงดอร์เลยทีเดียว ก่อนบั้นปลายชีวิตจะย้ายไปร่วมทีมสโมสรฟุตบอลเชลซี,สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี,โอลิมปิกมาร์กเซย และ สโมสรฟุตบอลอัลจาซีรา ตามลำดับจนกระทั่งเลิกเล่นในปี 2003 หลังจากนั้นเขาก็เล่นการเมืองและลงเลือกตั้งในปี 2005 แต่แพ้ จนกระทั่ง 2017 เขาชนะการเลือกตั้งจนได้เป็นประธานาธิบดีของไลบีเรียได้สำเร็จ

คริสเตียน เบนเตเก้ ลิโอโล่

ufa1688 

ชื่อเต็ม : คริสเตียน เบนเตเก้ ลิโอโล่
วันเกิด : 3 ธันวาคม 1990
เกิดที่ : คินชาซ่า, ไซเร่
สัญชาติ : เบลเยียม
ส่วนสูง : 190 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองหน้า

 
ประวัติส่วนตัว
เบนเตเก้ ศูนย์หน้าของสโมสรลิเวอร์พูล เกิดที่คินชาซ่าในปี 1990 จากนั้นตัวเขาและครอบครัวหนีออกจากประเทศอพยพไปอยู่ที่เมืองลีแอจ, เบลเยี่ยม และได้เริ่มเส้นทางค้าแข้งในเวลาต่อมา

เส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง
สตองดาร์ด ลีแอจ และเกงค์

เบนเทเก้เริ่มเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนกับ เจเอส ปิแอร์รูส และสตองดาร์ด ลีแอจ ในเวลาต่อมา ก่อนย้ายไปร่วมทีม เกงค์ จนได้ลงเล่นในระดับอาชีพ แล้วก็รีเทิร์นกลับมาเล่นให้กับลีแอจอีกครั้งในเดือนมกราคม 2009

7 สิงหาคม 2009 เขาถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นให้กับ เควี คอร์ทไรจค์ ทั้งซีซั่น และใช้เวลาในซีซั่นถัดมาด้วยการถูกปล่อยยืมตัวให้กับ เมเคเลน โดยเป็นหนึ่งในดีลของ อลอยส์ นอง ที่ย้ายจากเมเคเลนไปยังสตองดาร์ด ลีแอจ จากนั้นในปี 2011 เขาก็กลับไปยังเกงค์อีกครั้ง พร้อมระเบิดฟอร์มยิง 19 ประตู จากการลงเล่น 37 นัดในซีซั่นนั้น

แอสตันวิลล่า
ฤดูกาล 2012-13

31 สิงหาคม 2012 เบนเทเก้ย้ายไปร่วมทีมแอสตัน วิลล่า ด้วยสัญญา 4 ปี มีค่าตัวราวๆ 7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 171 ล้านปอนด์) โดยเจ้าตัวเผยว่าความฝันของเขากลายเป็นความจริงทีได้ย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ ลีก และขอบคุณผู้จัดการทีมของเกงค์ ที่ทำให้เกิดดีลนี้ขึ้น

15 กันยายน 2012 เบนเทเก้ทำประตูแรกให้กับแอสตัน วิลล่า ในเกมที่เอาชนะ สวอนซี ซิตี้ 2-0 หลังถูกเปลี่ยนตัวลงสนามแทนอันเดรส ไวมันน์ โดยประตูนี้เกิดจาก แอชลีย์ วิลเลียมส์ กองหลังสวอนซีโหม่งบอลไปเข้าทางเบนเทเก้ กระดกข้ามหัวผู้รักษาประตูก่อนแปจ่อๆง่ายๆเข้าประตู ผู้จัดการวิลล่า พอล แลมเบิร์ต ถึงกับเอ่ยปากว่า "ทำไปได้ยังไง"

ฤดูกาล 2013-14
เบนเทเก้ฟอร์มฮอทแบบสุดขีด กดไปถึง 23 ประตูในซีซั่น 2012-13 ทำให้ตกเป็นที่ต้องการของสโมสรยักษ์ใหญ่หลายทีม และในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เจ้าตัวขอขึ้นบัญชีย้ายทีม โดยวิลล่าบอกว่าเขาสามารถย้ายทีมได้ก็ต่อเมื่อมีข้อเสนอที่ยอมรับได้ยื่นเข้ามา แต่อีกสองสัปดาห์ถัดมาเขาก็ถอนชื่อตัวเองออกจากบัญชีย้ายทีม หลังได้พูดคุยกับ พอล แลมเบิร์ต และเซ็นสัญญาฉบับใหม่ 4 ปี

2 พฤศจิกายน 2014 เบนเทเก้ได้รับใบแดงไล่ออกจากสนามโดยผู้ตัดสิน นีล สวาร์บริค จากการไปผลักหน้าของ ไรอัน เมสัน นักเตะของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส หลังจากเมสันเอาหัวไปชนกับหัวเบนเทเก้ สุดท้ายวิลล่าเป็นฝ่ายเอาชนะไป 2-1 จากเหตุการณ์นั้นทั้งสองสโมสรถูกปรับเงินทีมละ 20,000 ปอนด์ จากสมาคมฟุตบอลอังกฤษจากการที่ไม่สามารถทำให้นักเตะของพวกเขาอยู่ภายใต้การควบคุมได้ และล่าสุดเขาเป็นผู้ทำประตูตีเสมอในเกมที่วิลล่าแซงชนะลิเวอร์พูล 2-1 ในเกมเอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศ เข้าสู่รอบชิงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี

ลิเวอร์พูล (2015-ปัจจุบัน)

     ลิเวอร์พูลจัดการเซ็นสัญญาเบนเตเก้ไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2015 ทำให้เขาเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดตลอดการอันดับสองของสโมสร ลงประเดิมสนามนัดแรกในเกมปรี-ซีซั่น กับ สวินดอน ทาวน์ ยิงประตูขึ้นนำ ช่วยลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้ 2-1

     เบนเตเก้ ลงเล่นเกมทางการนัดแรกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมเอาชนะสโต๊ค ซิตี้ ไป 1-0 และแปดวันหลังจากนั้นก็ทำประตูแรกของเขาในลีกให้ลิเวอร์พูลได้ พาทีมเอาชนะน้องใหม่อย่างบอร์นมัธไป 1-0 ก่อนยิงจักรยานอากาศสุดสวยในเกมที่พ่ายคู่อริตลอดกาลอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไป 1-3

 
ทีมชาติ

     เบนเทเก้เป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมชาติเบลเยียมชุดยู-17 ที่ไปสู้ศึกฟุตบอลโลก ยู17 ปี 2007 ที่เกาหลีใต้ โดยได้ลงเล่น 3 นัด ทำประตูได้เพียงลูกเดียว

     29 พฤษภาคม 2010 เขาได้ลงเล่นเปิดตัวกับทีมชาติชุดใหญ่นัดแรกในเกมกระชับมิตรกับบัลแกเรียที่บรัสเซลล์ โดยโค้ชของเบลเยียมในตอนนั้นคืออดีตโค้ชของเขาที่คอร์ทไรจค์อย่าง จอร์จส์ ลีเคนส์ และในวันที่ 15 สิงหาคม 2012 เขาก็ทำประตูแรกของตัวเองในนามทีมชาติได้สำเร็จ โดยเป็นคนยิงเปิดหัวในเกมที่เอาชนะเนเธอร์แลนด์ไป 4-2 และได้กลายเป็นขาประจำของทีมชาติหลังจากนั้นภายใต้การคุมทีมของ มาร์ค วิลมอตส์

เขาทำสองประตูให้กับเบลเยียมในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2014 แต่โชคร้ายที่ไม่ได้ร่วมทริปกันเพื่อนร่วมทีมไปบราซิลในรอบสุดท้ายเนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อนหวาย

     เบนเทเก้กลับมาติดทีมชาติอีกครั้งเพื่อช่วยทีมทำศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก ทำประตูแรกให้กับทีมในรอบสองปีในเกมที่เอาชนะไซปรัส 5-0 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2015