เอร์นัน เกรสโป กับ สโมสร

ufa1688 เอร์นัน เกรสโป กับ สโมสร
เกรสโปเกิดที่เมืองโฟลริดาในย่านบิเซนเตโลเปซ ซึ่งเป็นย่านชานเมืองทางตอนเหนือของกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เริ่มเป็นเล่นบอลครั้งแรกกับสโมสรฟุตบอลริเวอร์เพลต ในฤดูกาล 1993-1994 ทำประตูได้ 13 ประตู จากการลงเตะ 25 นัด และช่วยให้ริเวอร์เพลตคว้าแชมป์อาเปร์ตูราในปี ค.ศ. 1993 และ 1994 และช่วยทำให้ริเวอร์เพลตคว้าแชมป์โกปาลีเบร์ตาโดเรส (ซึ่งเป็นถ้วยฟุตบอลใบใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้) ได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1996

ในปี ค.ศ. 1996 เกรสโปได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรฟุตบอลปาร์มาในประเทศอิตาลี ช่วงที่อยู่ปาร์มาก็ช่วยทำให้ได้รองแชมป์ลีกด้วยการยิงไป 12 ประตู จากการลงเล่น 27 นัด และในปี ค.ศ. 1999 ก็ช่วยให้ปาร์มาได้ดับเบิลแชมป์ด้วยการคว้าแชมป์ UEFA คัพและอิตาเลียนคัพได้สำเร็จ ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมลาซิโอในปี ค.ศ. 2000 ด้วยค่าตัวแพงเป็น Stats โลก ซึ่งมีนักเตะเพียงไม่กี่คนที่มีค่าตัวระดับนี้

เกรสโปเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนหนึ่ง ในช่วงที่ย้ายทีมจากสโมสรฟุตบอลปาร์มามาที่สโมสรฟุตบอลลาซิโอ เป็นเงิน 37,000,000 ปอนด์ และเล่นให้กับสโมสรลาซิโออยู่เพียง 2 ฤดูกาล คือ ฤดูกาล 2000-2001 และ 2001-2002 โดยฤดูกาลแรกที่อยู่กับลาซิโอ เกรสโปก็ยิงได้ 26 ประตูและเป็นดาวซัลโวสูงสุดในกัลโชเซเรียอา แต่ลาซิโอได้เพียงแค่อันดับที่ 3 เท่านั้น ในฤดูกาล 2001-2002 เกรสโปเดี้ยงอยู่พักหนึ่งและลงเล่นเป็นตัวจริงไม่กี่นัด ทำประตูได้ 14 ประตู

ในปีถัดมา ทางลาซิโอมีปัญหาทางการเงิน จึงจำใจต้องขายนักเตะที่สำคัญออกไป ซึ่งมีนักเตะซูเปอร์สตาร์ทั้งอาเลสซานโดร เนสตา และเอร์นัน เกรสโปรวมอยู่ด้วย โดยขายให้กับอินเตอร์มิลาน ทางอินเตอร์ได้ทำสัญญาลงซื้อเกรสโปด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร พร้อมแถมแบร์นาร์โด กอร์ราดีให้กับทางลาซิโออีกด้วย ซึ่งอินเตอร์ต้องการเกรสโปมาทดแทนโรนัลโดที่ย้ายไปอยู่กับราชันชุดขาว เกรสโปอยู่กับทางอินเตอร์ได้เพียงฤดูกาลเดียวก็เป็นที่หมายตาของเซลซี ภายใต้การคุมทัพของกุนซือเกลาดีโอ รานีเอรี ที่ต้องการนักเตะซูเปอร์สตาร์เข้ามาเสริมทีม ซึ่งเป็นช่วงที่โรมัน อับราโมวิชทุ่มซื้อเชลซีและให้กุนซือเลือกนักเตะซูเปอร์สตาร์ที่ต้องการโดยพร้อมจ่ายเท่าไรก็ได้ โดยเชลซีทุ่มซื้อเกรสโปด้วยจำนวนเงินกว่า 16,800,000 ปอนด์ เกรสโปจึงย้ายไปค้าแข้งบนเกาะ England กับเชลซีในปี ค.ศ. 2003

ซึ่งช่วงเวลาที่ย้ายไปอยู่กับเชลซีฤดูกาลแรกนั้น เกรสโปได้ลงเพียง 19 นัด ทำไป 10 ประตู ก่อนที่เชลซีจะเปลี่ยนกุนซือเป็นโชเซ มูรีนโย ในฤดูกาลปี 2004-2005 เกรสโปไม่อยู่ในแผนการทำทีม จึงถูกปล่อยให้เอซีมิลานยืมตัวไป 1 ฤดูกาล ฟอร์มการเล่นของเกรสโปจึงดีขึ้นและมีส่วนช่วยให้เอซีมิลานเข้าชิง UEFA แชมเปียนส์ลีก พบกับหงส์แดง ซึ่งนัดนี้เกรสโปช่วยทำประตูให้มิลาน 2 ประตู ก่อนที่จะเสมอกัน 3-3 และสุดท้ายพ่ายต่อหงส์แดงลิเวอร์พูลในการดวลจุดโทษ ในฤดูกาล ปี 2005-2006 เกรสโปกลับมาเล่นให้เชลซีอีกครั้ง คราวนี้ได้ลงเป็นตัวจริงบ่อยครั้งมากขึ้น แต่ผลงานการทำประตูยังไม่เข้าตากุนซือมากนัก แต่ก็ยังอยู่ในการทำทีมของเชลซี ฤดูกาลถัดมาเชลซีได้ดึงตัวอันดรีย์ เชฟเชนโคมาร่วมทีม ทำให้เกรสโปไม่อยากอยู่เป็นตัวสำรอง เชลซีจึงปล่อยตัวให้อินเตอร์มิลานยืมตัว ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี

ช่วงที่กลับมาอยู่กับอินเตอร์มิลานเป็นครั้งที่ 2 เกรสโปมีส่วนช่วยให้ทีมได้เป็นแชมป์กัลโชเซเรียอาเป็นสมัยที่ 15 ในฤดูกาล 2006-2007 เป็นอย่างมาก เพราะได้เข้ามาทดแทนกองหน้าที่มีปัญหา เช่น อาเดรียนู ที่ฟอร์มการเล่นตกต่ำลงในฤดูกาลนี้พอดี จึงเป็นผลให้เกรสโปได้โอกาสลงสนามมากขึ้น สามารถทำประตูได้ 14 ลูก จากการลงเล่น 28 นัด ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2006 เกรสโปทำประตูที่ 125 ในเซเรียอา โดยการช่วยให้อินเตอร์มิลานเอาชนะซีเอนา 2 เมษายน ค.ศ. 2007 ก็ทำประตูที่ 200 ในการเล่นทั้งหมด 400 นัด นับตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1996 เป็นต้นมา โดยเฉลี่ยแล้วยิง 0.5 ประตูต่อ 1 นัด และในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2007 เกรสโปก็ทำคนเดียว 3 ประตูช่วยให้อินเตอร์มิลานเอาชนะลาซิโอ 4-3 แต่ในรายการโคปปาอิตาเลีย ซึ่งอินเตอร์มิลานมีโอกาสลุ้นได้ดับเบิลแชมป์นั้น เกรสโปไม่สามารถช่วยนำทีมเป็นแชมป์ได้โดยแพ้ต่อโรมาอย่างยับเยินไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 7-4

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *