ประวัติ มาริโอ เกิทเซ่ กองกลางตำตุง

ชื่อ : มาริโอ เกิทเซ
วันเกิด : วันที่ 3 มิถุนายน 1992
สถานที่เกิด : แมนมินเกน, เยอรมนี
สัญชาติ : เยอรมัน
ส่วนสูง : 176 เซนติเมตร   ufa1688 
ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก
สโมสรปัจจุบัน : บาเยิร์น มิวนิค 

          มาริโอ เกิทเซ่ เกิดที่เมืองเมมมิงเก้น แคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี เริ่มเล่นบอลตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และไปสู่ทีมเยาวชนของสโมสรดอร์ทมุนด์ เมื่ออายุ 9 ขวบ ก่อนขึ้นชุดใหญ่เป็นนัดแรกในปี 2009 ในตำแหน่งกองกลางตัวรุก จากนั้นก็เริ่มเป็นตัวหลักของสโมสรเรื่อยมา

     เมื่อเกิทเซ่เริ่มมีหน้าที่กับ "เสือเหลือง" ผลงานของดอร์ทมุนด์ก็เริ่มบินสูงทันที ด้วยการยกระดับมาเป็นผู้ท้าชิงแชมป์บุนเดสลีก้า เยอรมนี กับบาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่ของประเทศ อย่างเต็มตัว โดยดาวเตะวัยรุ่น ได้ประสานงานในแดนหน้ากับโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ศูนย์หน้าของทีม ช่วยให้ฤดู 2010-11 สามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้ ขณะที่ฤดูต่อมา ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์คว้าดับเบิลแชมป์ โดยกวาดแชมป์บุนเดสลีก้า กับ เดเอฟเบ โพคาล

     ช่วงเดือนมีนาคม 2012 เกิทเซ่ ต่อสัญญากับ "เสือเหลือง" ออกไปจนถึงปี 2016 โดยมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 37 ล้านยูโร ก่อนจะให้สัมภาษณ์ว่า "ทุกๆคนรู้ว่าผมรู้สึกดีมากที่เล่นให้ดอร์ทมุนด์ ตอนนี้ต้นสังกัดยังต้องยกระดับอีกเยอะ กว่าจะก้าวขึ้นเป้นทีมระดับโลก ซึ่งผมต้องการเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของทีม" 

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปี 2013 การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับตัวเกิทเซ่ก็เกิดขึ้น เมื่อบาเยิร์น มิวนิคอริตัวเอ้ของดอร์ทมุนด์ ได้ยื่นซื้อตัวโกลเด้น บอย คนใหม่ของแวดวงลูกหนังเมืองเบียร์ ในราคา 37 ล้านยูโร ซึ่งตรงกับค่าฉีกสัญญาของเจ้าตัวพอดี ทำให้บาเยิร์น สามารถเข้าไปพูดจากับตัวเกิทเซ่ได้ทันที โดยที่ทางสโมสรไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธข้อเสนอ เว้นแม้กระนั้นตัวเกิทเซ่จะปฏิเสธข้อเสนอเอง

     จากนั้น เกิทเซ่ก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพบาเยิร์น หลังจากจบฤดู 2012-13 นับเป็นการย้ายตัวที่สั่นสะเทือนแวดวงบอลเยอรมนี โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่า "ผมต้องการเก่งกว่านี้" ทั้งยังต้องการเพิ่มโอกาสในการติดทีมชาติเยอรมนี รวมทั้งต้องการร่วมงานกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้ฝึกสอนของบาเยิร์น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดกุนซือยุคใหม่ ซึ่งในเรื่องสุดท้าย ทางเจอร์เก้นส์ คล็อปป์ ผู้ฝึกสอนของดอร์ทมุนด์ ก็ออกมาตัดพ้อผ่านสื่อเช่นกันเกี่ยวกับการตัดสินใจของเกิทเซ่ ส่วนทางแฟนบอลดอร์ทมุนด์เอง ก็มีทั้งขอบคุณในผลงานที่ทำมาโดยตลอด และก่นด่าว่าเป็นผู้ทรยศ
     การย้ายตัวของเกิทเซ่ยังไม่จบ เมื่อในฤดูนั้นเอง ดอร์ทมุนด์ ต้องมาเผชิญหน้ากับบาเยิร์น ในรอบชิงชนะเลิศบอลสโมสรยุโรป ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก โดยที่เกิทเซ่ไม่สามารถลงเกมนั้นได้ เนื่องด้วยมีอาการบาดเจ็บ สุดท้ายก็เป็นบาเยิร์นทีมใหม่ชนะดอร์ทมุนด์ทีมเก่าไปได้ 2-1 ทำให้ฤดูนั้น ดอร์ทมุนด์คว้า 3 รองแชมป์ในฤดูเดียว

     เกิทเซ่ ย้ายไปร่วมทัพบาเยิร์นในฤดู 2013-14 ทว่าเส้นทางการค้าแข้งกับต้นสังกัดใหม่ กลับไม่สวยหรูอย่างที่หวัง เมื่อเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่เป็นระยะ รวมทั้งฟอร์มการเล่นที่ดร็อปลงมา อย่างไรก็ดีเพลย์เมเกอร์ ร่างเล็ก ศึกษาค้นพบตำแหน่งใหม่ก็คือ "กองหน้าตัวหลอก" หรือ "false9" และเกิทเซ่ ก็ถือว่าทำได้ดีกับหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น ก่อนจะนำพลพรรค "เสือใต้" คว้า 4 แชมป์ในฤดูเดียว ได้แก่ บุนเดสลีก้า, เดเอฟเบ โพคาล, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 
ทีมชาติเยอรมนี
    เกิทเซ่ แจ้งเกิดในนามทีมชาติตั้งแต่รุ่นเยาวชน เริ่มจาก ยู-15, 16, 17 และ 21 ปี ตามลำดับ ซึ่งตอนที่เกิทเซ่ติดทีมชุดต่ำกว่า 17 ปีนั้น ก็สามารถคว้าแชมป์ยูโร ชุดต่ำกว่า 17 ปีได้ด้วยในปี 2009 ขณะที่ทีมชาติชุดใหญ่ เริ่มติดทีมชาติเป็นนัดแรกในปี 2010 ก่อนจะเปิดตัวทัวร์นาเมนต์ใหญ่นัดแรกในศึกยูโร 2012 ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่มีส่วนร่วมมากนัก เหตุเพราะมีปัญหาเจ็บช่วงหลังกับต้นสังกัด ทว่าเยอรมัน ก็ผ่านไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ แต่พ่ายอิตาลีไป 0-3
     ส่วนในบอลโลก 2014 ที่พึ่งจะผ่านพ้นไปนั้น ถือว่าเป็นรายการที่สร้างชื่อให้เกิทเซ่เลยทีเดียว โดยตอนแรก เกิทเซ่ แทบไม่มีหน้าที่กับทีม เอนไปทางต่ำกว่ามาตรฐานด้วยซ้ำ ถึงขั้นหลุดไปเป็นผู้เล่นสำรอง ทว่าแนวรุกบาเยิร์น แปลงเป็นหมากเด็ดของโยอาคิม เลิฟ ในนัดชิงชนะเลิศ หลังจากเปลี่ยนลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ทำประตูชัยให้ทีมช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 113 พาทีมสู่บัลลังก์แชมป์โลกครั้งที่ 4 อย่างมากใหญ่

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *