ประวัติ สุเชาว์ นุชนุ่ม

เนวิน ชิดชอบ ออกโรงการันตีชัดเจนไม่มีทางปล่อย สุเชาว์ นุชนุ่ม หลังถูกจับโยงเรื่องการย้ายออกจากถิ่นบุรีรัมย์   ufa1688 

     เนวิน ชิดชอบ บอสใหญ่ทัพ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงแห่งศึกโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ออกมากล่าวชัดเจนว่า "กัปตันกบ" สุเชาว์ นุชนุ่ม ดาวเตะตัวเก่งคือสัญลักษณ์ของทีมและเป็นที่รักของแฟนบอลโดยไม่มีทางย้ายออกจากถิ่น ไอ โมบาย สเตเดี้ยม อย่างแน่ๆ

     "สุเชาว์ไม่ได้มีไว้ขาย เขาเป็นสัญลักษณ์ของบุรีรัมย์" บิ๊กเนกล่าวเริ่ม "มีการเชื่อมโยงว่าเขาจะย้ายออกจากทีม ซึ่งผมขอการันตีตรงนี้เลยว่า สุเชาว์ นุชนุ่ม จะอยู่กับบุรีรัมย์อีกนาน และอนาคตหากเขาเลิกเล่นบอลเขาก็จะยังทำงานที่สโมสรแห่งนี้"

      สุเชาว์ นุชนุ่ม ย้ายจาก ทีโอที มาร่วมทัพ บุรีรัมย์ ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม โดยเป็นกำลังสำคัญพาทีมกวาดถ้วยแชมป์ในประเทศอย่างมากและเป็นแข้งสำคัญในศึกบอลถ้วยเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก
 
 ประวัติ
     สุเชาว์ นุชนุ่ม เกิดวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 ที่ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรคนที่2จากจำนวนบุตรทั้งหมด4คนของของนายเชี่ยวและนางถวิล นุชนุ่ม จบการศึกษาในระดับชั้นประถมจากโรงเรียนบ้านท่าเสา และจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่3จากโรงเรียนไทรโยคน้อยวิทยา จากนั้นได้ศึกษาต่อจนจบระดับชั้นปวช.จาก วิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี ในปัจจุบันศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     ในด้านชีวิตส่วนตัวนั้น สุเชาว์ได้เข้าพิธีสมรสกับ อุทุมพร กสิกรรม ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 และได้รับแต่งตั้งยศเป็นสิบตรี สังกัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับนักเตะอีก 8 คน

 
 การเล่นบอล

     สุเชาว์ นุชนุ่มได้เล่นบอลให้กับสโมสรบอลทีโอที โดยการชักชวนของ พงษ์พันธุ์ วงศ์สุวรรณ (โค้ชก๊อก) และได้เป็นหนึ่งในนักเตะที่นำทีมชาติไทยชนะการแข่งขันบอล ซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ได้รับรางวัลนักเตะชายยอดเยี่ยม สยามกีฬา อวอร์ด 2006

     นอกจากการเล่นบอลแล้ว สุเชาว์ยังเคยชกมวยไทย รุ่น 31 กิโลกรัมมาก่อน โดยเป็นนักมวยค่าตัวเงินหมื่น ในชื่อ "กบน้อย ส.สกุลภัณฑ์" ก่อนจะเลิกชกมวยเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

     เดือนพฤศจิกายน ปี 2552 สุเชาว์ได้เซ็นสัญญาย้ายไปร่วมทีมเปอร์ซิป บันดุง ในลีกอินโดนีเซียด้วยสัญญายืมตัวตรงเวลา4เดือน หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับเปอร์ซิป บันดุงแล้วสุเชาว์ นุชนุ่มได้ย้ายมาร่วมทีมสโมสรบอลบุรีรัมย์ พีอีเอ ในฤดู 2553

     ปัจจุบัน สุเชาว์เป็นนักเตะทีมชาติไทย สังกัดสโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ และเป็นผู้เล่นในชุดซีเกมส์ครั้งที่ 23 อาเซียนคัพและเอเชียนเกมส์

 
ถูกลอบฆ่า

     สุเชาว์ นุชนุ่ม เกือบเสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกลอบฆ่าช่วงวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 0.30 น. ที่ห้องพักของตนเองในซอยงามวงศ์วาน 9 โดยคนร้ายได้เผ่านาทุบกระจกรถฮอนด้า ซีอาร์-วีของ สุเชาว์ที่จอดไว้จนกระจกแตก และขณะที่สุเชาว์วิ่งออกมาดู คนร้ายก็ได้กระหน่ำยิงอีก7นัดซ้อน แต่เจ้าตัวหลบได้ทันจึงรอดตายอย่างหวุดหวิด หลังเกิดเหตุสุเชาว์ได้แจ้งความกับตำรวจสภอ. ลาดโตนด จังหวัดนนทบุรี และมีการตั้งใจความสำคัญว่าน่าจะเกิดจากปัญหาแฟนคลับสาว
 
ผลงาน

    * ทีมชาติไทย
          – ชนะเลิศ ซีเกมส์ ครั้งที่ 23 (2548)
          – ชนะเลิศ คิงส์คัพ ครั้งที่37 (2549)
    * สโมสรบอลทีโอที
          – ชนะเลิศ ดิวิชัน 1 ฤดู 2546/47
          – ชนะเลิศ โปรลีก ฤดู 2549 

  สำหรับเส้นทางการก้าวไปสู่แวดวงลูกหนังไทย ของสุเชาว์นั้น ไม่ได้เริ่มจากการเป็นนักเตะตั้งแต่ทีแรก หากแต่ผูกสมัครรักใคร่อยู่กับกีฬาแม่ไม้มวยไทย ที่เขาสามารถทำได้ดี โดยสุเชาว์เริ่มหัดมามวยตั้งแต่ ป.2 ที่โรงเรียนบ้านท่าเสา และตระเวณชกเวทีในระดับภูธร โดยสุเชาว์ บอกว่า ชกมวยนัดแรกค่าตัวได้ 200 บาท ด้วยเพราะยังเด็กและไม่มีพื้นฐาน เป็นมวยวัด แต่อาศัยที่เป็นคนแข็งแรง พอเริ่มชอบก็ชกมาเรื่อย กระทั่งได้มาเข้าค่ายดังในเมืองกรุง "ส.สกุลพันธ์"  และ "กบน้อย ส. สกุลพันธ์" คือฉายาที่เขาได้รับ จากนั้น สุเชาว์ก็ชกมวยมาเรื่อยๆ จนเรียน ปวช.ที่เทคนิคกาญจนบุรี แต่แล้วชีวิตก็พลิกผันเมื่อมีปัญหากับทางค่ายมวย  และเวลาต่อจากนี้เองที่ทำให้สุเชาว์ได้พบรักกับกีฬาบอล โดยการชักชวนของเพื่อให้นๆ 

          "ตอนจบ ม.3 ผมไปเข้าเรียนที่เทคนิคกาญจนบุรี ได้เล่นบอลกับเพื่อให้นๆ ก็คิดว่า เอ๊ะ เราพอมีแววนะ (หัวเราะ) ก็เล่นบอลมาเรื่อย ช่วงหนึ่งผมเล่นบอลเดินสายอยู่แถวเมืองกาญจน์ เป็นทีมที่จัดขึ้นมาใช้ชื่อ "ช.รุ่งเรืองบริการ" เป็นอู่ใหญ่ หลังจากเล่นบอลได้ 2-3 ปี คุณประพาส เพ็ชรพูล ซึ่งเป็นเพื่อให้นกับเจ้าของอู่ ช.รุ่งเรืองบริการ เขาพาไปฝากกับโค้ชก๊อก (สุพงษ์พันธุ์ วงศ์สุวรรณ)ให้เป็นตัวเยาวชน คือตอนแรกผมคัดตัวไม่ติดเยาวชน ตอนผมกำลังจะกลับ โค้ชก๊อกก็ถามว่าไม่ติดเหรอ ผมบอกไม่ติดครับ โค้ชก็ถาม ชื่ออะไร และให้ผมเดินไปบอกโค้ชเยาวชนใหม่ว่าโค้ชก๊อกบอกให้มา มีชื่อติดในทีม"

          ต่อมาในปี 2548 ฟอร์มการเล่นของเขาเข้าตา "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน กุนซือทีมชาติไทย จึงถูกเรียกตัวติดทีมชาตินัดแรก ในบอลกีฬามหาวิทยาลัยโลก ที่เมืองอิซเมียร์ ประเทศตุรกี และเป็นนัดแรกที่เขาได้ติดธงไตรรงค์ที่หน้าอกลงสนาม หลังจากนั้นในบอลซีเกมส์ และคิงส์คัพ ในปี 2549 เขาก็แปลงเป็นตัวหลักของทีมชาติไทยทั้งชุดยู 23 และทีมชาติชุดใหญ่ โดยสามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 37 แล้วยังผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ที่โดฮา กาตาร์ อีกด้วย

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *