ฐิติพันธ์ยังรอโอกาส!โออิตะอัดอุราวะ 2-0 ปลดล็อครอบ 6 เกม

มิดฟิลด์ชาวไทยยังคงต้องรอโอกาสลงสนามต่อไปแต่โออิตะปลดล็อคคว้าชัยในรอบ 6 เกมหลังอัด อุราวะ เรดส์ 2-0  ufa1688  
การแข่งขันบอล เจ 1 ลีก 2019 นัดที่ 17 ระหว่าง โออิตะ ทรินิตะ พบ อุราวะ เรดส์ ไดมอน ที่สนาม โชวะ เดน โดม โออิตะ เวลา 17.00 น.

เจ้าถิ่นพึ่งบุกไปเสมอ วิสเซล โกเบ 2-2 อย่างไรก็ตามสภาพการณ์ของทีมไร้ชัยมา 5 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการ เกมนี้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ยังรอคอยโอกาสลงสนามในม้านั่งสำรอง ส่วน โนริอากิ ฟูจิโมโตะ กองหน้าตัวเก่งยังคงเป็นแกนหลักเช่นเดิม

ปีศาจแดงแห่งเอเชีย เพิ่งจะบุกเอาชนะ อุลซาน ฮุนได ใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในรอบน็อคเอาท์ นัดที่สอง 3-0 ขณะที่ผลงานเกมลีกไม่แพ้ใครมาสองนัด โทโมอากิ มาคิโนะ และ เคนยู ซุกิโมโตะ ยังคงเป็นแกนหลักเช่นเดิมในการพบ โออิตะ

เกมมาสนุกในช่วงหลังเป็น น. 51 โออิตะ มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อ คาซูกิ โกซุกะ จ่ายบอลไปให้ โนริอากิ ฟูจิโมโตะ เข้าไปยิงไม่เหลือ มาถึง

น.73 เจ้าถิ่นมาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 จาก เซอิโกะ โคบายาชิ ผู้เล่นสำรอง และจบด้วยสกอร์นี้ส่วน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลางชาวไทยยังคงรอโอกาสลงสนามในเกมถัดไป

ทัพนกเค้าแมวเมืองเหนือที่ไร้มิดฟิลด์ชาวไทยเพราะอาการบาดเจ็บ พลาดท่าบุกไปแพ้ให้กับเวกัลตะ เซนได 1-2

ศึกบอลเมจิ ยาสุดะ เจ1ลีก คู่วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน เวลา 17.00 น. ตามเวลาในเมืองไทย เวกัลตะ เซนได เปิดบ้านพบกับ คอนซาโดเล ซัปโปโร

ฝั่งนกเค้าแมวเมืองเหนือที่พึ่งผ่านเข้ารอบบอลถ้วยลูวาน คัพ รอบ 8 ทีม จะหมดสิทธิ์ใช้ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ ทำให้โค้ชมิไฮโล เปรโตวิช ใช้ อันแดรสัน โลเปส, มูซาชิ ซูซูกิ และเจย์ โบธรอยด์ ทำเกมรุกนัดนี้

เริ่มเกมการแข่งขันไปเพียง 3 นาที ซัปโปโรได้ลูกเตะมุมเปิดเผ่านา เจย์ โบธรอยด์ เทคตัวโหม่งเช็ดไปทางเสาสองไม่ตรงกรอบออกหลังไป  ตั๋วเข้าชมเกมฝังทีมเหย้าถูกจำหน่ายจนหมดเกลี้ยงเป็นที่เรียบร้อยในนัดที่ ชลบุรี เอฟซี จะลงศึกบิ๊กแมตช์ เปิดบ้านรับการมาเยือน จ่าฝูง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเกมโตโยต้า ไทยลีก 2019 วันที่ 30 มิถุนายนนี้

โดย ฉลามชล ภายใต้การคุมทีมของ โค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ เอาชนะยักษ์ใหญ่อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-0- ขณะที่เกมปัจจุบันพ่าย ชัยนาท ฮอร์นบิล อย่างไรก็ตามการเปิดบ้านรับมือยักษ์ใหญ่อย่างจ่าฝูง ปราสาทสายฟ้า ได้รับความสนใจจากแฟนบอล ชลบุรี อย่างล้นหลาม กระทั่งตั๋วของฝั่งเจ้าบ้านถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา

อยู่หรือไป!สุโขทัยชี้ชะตา “ลูโบ” เกมพุธนี้

ลูโบเมียร์ รีตอฟสกี กุนซือ สุโขทัย เอฟซี มีโอกาสถูกบอร์ดบริหารสโมสร  ufa1688   ไล่ออกจากตำแหน่ง หากเกม โตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 21 ในวันพุธนี้ ทัพ “ค้างคาวไฟ” ไม่ชนะ พีทีที ระยอง

สภาพการณ์ในถิ่นสมุทรหลวง กำลังอึมครึมสุดๆหลังตกมาอยู่ชั้น 14 จากการชนะ 3 เสมอ 11 แพ้ 6 มี 20 คะแนน จมอยู่โซนตกชั้นและตกรอบบอลถ้วยทั้งสองรายการแล้ว

แม้คว้ารางวัลโค้ชยอดเยี่ยมไทยลีก 2019 เดือนมีนาคม แต่ชัยชนะครั้งสุดท้ายของ ลูโบเมียร์ รีตอฟสกี เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ในเกมเปิดบ้านชนะ นครราชสีมา 1-0 ทำให้มีแถลงการณ์ว่าเฮดโค้ชสัญชาติเซอร์เบียวัย 49 ปี ซึ่งถือเป็นโค้ชชาวต่างชาติคนแรกของสุโขทัย อาจถูกเชิญออกจากตำแหน่ง หากไม่ชนะเกมพบ พีทีที ระยอง ในวันพุธนี้  กองหน้าตัวเก่งชบาแก้ว ถูกทีมแชมป์ลีกลิธัวเนีย คว้าตัวไปร่วมทัพ และมีโอกาสลุยUCL ในช่วงส.ค.นี้ ทันที

มิรันด้า สุชาวดี นิลธำรงค์ กองหน้าบอลหญิงทีมชาติไทย เตรียมพบกับความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อปัจจุบันถูก กินตรา ยูนิเวอร์สิเตตัส ทีมในลีกสูงสุดลิธัวเนีย คว้าตัวไปร่วมทัพอย่างเป็นทางการ

กองหน้าสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน พึ่งจะช่วย ชบาแก้ว ลุยศึกบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ที่ฝรั่งเศส ก่อนที่ปัจจุบันจะถูก กินตรา ยูนิเวอร์สิเตตัส คว้าตัวไปร่วมทัพ

โดยถือเป็นการค้าแข้งนอกสหรัฐอเมริกา นัดแรก หลังเคยอยู่กับคาสเซิล บอลเลย์, เดนวิลล์ และปัจจุบันกับ ยูซี เบิร์คเลย์ เมื่อปี 2018

โดยคว้ารางวัลนักเตะตัวรุกยอดเยี่ยมแห่งปี ในศึก WPSL หรือ The Women’s Premier Soccer League (สายตะวันตก) มาครองได้อีกด้วย

สำหรับ กินตรา ยูนิเวอร์สิเตตัส ถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่แห่งลิธัวเนีย โดยพึ่งจะคว้าแชมป์ลีกมาครอง เมื่อฤดู 2018 ซึ่งถือเป็นสมัยที่ 17 ของทีม

โกล เมืองไทย เปิดสถิติ พบว่าการท่าเรือ เอฟซี มีสถิติที่ดียามพบกับ ตราด เอฟซี ก่อนมีโปรแกรมบุกเยือนคู่แข่งรายนี้ ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 21

โดย”สิงห์เจ้าท่า”เคยพบกับตราด เอฟซี 4 นัด จาก 3 รายการ ปรากฎว่าเอาชนะได้ทั้งหมด ไม่ว่าเกมเหย้า หรือ เยือน ที่สำคัญยังยิงได้ถึง 9 ประตู (เฉลี่ยนัดละ 2 ประตู) และเสียเพียง 4 ประตู เท่านั้น

ดังนี้โชคทวี พรหมรัตน์ พึ่งเปิดฉากคุมการท่าเรือ เอฟซี ปลดล็อคคว้าชัยในลีกรอบ 7 เกม ด้วยการเปิดบ้านชนะ สุโขทัย เอฟซี 1-0 แต่ปัจจุบันก็ยังรั้งชั้น 5 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 5 คะแนน

สำหรับ การท่าเรือ จะบุกไปเยือนตราด ชั้น 8 ของตารางคะแนนโตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 21 วันพุธที่ 31 กรกฎาคมนี้ ที่สนามกีฬากลางจังหวัดตราด เวลา 20.00 น. โดยเลกแรก สิงห์เจ้าท่าเปิดบ้านชนะ 4-1

ไม่ต้องกังวล!รมต.กีฬาคอนเฟิร์มราชมังฯพร้อมจัดAFC U-23

รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา คอนเฟิร์ม ราชมังฯ พร้อมเป็นสนามจัดแข่งชิงแชมป์เอเชีย U23  ufa1688  หลังลงที่สำรวจ ร่วมกับ กกท. และ สมาคมฯ
วันที่ 16 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้บริหารการกีฬาแห่งเมืองไทย และ สมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทย ในพระบรมรายกปถัมภ์

ลงที่ตรวจทานความก้าวหน้าการปรับปรุงสภาพสนามราชมังคลากีฬาสถาน ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของเอเอฟซี ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในช่วงเดือนมกราคม 2563

การตรวจความพร้อมคราวนี้ นำโดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรแวดวงท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งเมืองไทย

และ พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ รวมทั้งข้างจัดการแข่งขันและเจ้าหน้าที่ของสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ

หลังการตรวจความพร้อมตามจุดต่างๆ ของสนามราชมังคลากีฬาสถานเสร็จสิ้นได้มีการแถลงข่าวร่วมกันเพื่อให้รับรองความพร้อม โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรแวดวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า

“จากการที่วันนี้ ผมและผู้ว่าการกีฬาแห่งเมืองไทย และนายกสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ ได้ทำการสำรวจและดูความพร้อมของสนามราชมังคลากีฬาสถาน ก็ลงความมองว่าเรามั่นใจว่าจะสามารถจัดการแข่งขันบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้ายได้”

“ผมเชื่อว่าเรามีความพร้อมที่จะสามารถปรับปรุงสนามได้ทันในช่วงเดือน ธันวาคม ตามที่เอเอฟซี กำหนดไว้ ทั้งในส่วนของสนามแข่งขัน ตัวอาคาร ห้องพักนักกีฬาและห้องแถลงข่าวของสื่อมวลชน เรามีความพร้อมทุกอย่าง” ด้าน ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งเมืองไทย กล่าวว่า

“วันนี้เราได้ลงที่ดินตรวจเยี่ยมการปรับปรุงสนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อให้ที่จะเช็คความพร้อมของสนามที่จะใช้ในการแข่งขันบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ที่จะมีการคัดเลือกทีมไปโอลิมปิก ในปี 2020 ซึ่งในความพร้อมต่างๆ ผมก็ได้รายงานให้คุณรัฐมนตรีรับทราบ”

“เพื่อให้ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ว่าการกีฬาแห่งเมืองไทย และ กระทรแวดวงท่องเที่ยวและกีฬา จะสามารถดำเนินปรับปรุงสนาม ให้มีความพร้อมสำหรับการแข่งขันที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า” ขณะที่ พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ กล่าวว่า

“ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรแวดวงท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้ง ผู้ว่าการกีฬาแห่งเมืองไทย และคณะ ที่ได้มาตรวจเยี่ยม สนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อให้เป็นการตรวจตราและเตรียมความพร้อมที่จะใช้สนามนี้ในการแข่งขันบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในเดือนมกราคม 2563”

“สืบเนื่องมาจาก เอเอฟซี จะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจดูความก้าวหน้าของสนามต่างๆ ที่จะใช้ในการแข่งขันรายการนี้ ในช่วงวันที่ 20-24 กันยายน2562 ประกอบไปด้วย สนามราชมังคลากีฬาสถาน, สนามติณสูลานนท์ และ สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนสนาม สมโภช 700 ปี จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่”

“จากรายงานปัจจุบันได้มีการการันตีว่าน่าจะปรับปรุงสนามได้ไม่ทัน ทางสมาคมก็จะมองไปที่สนามของสโมสรที่มีความพร้อม ไม่ว่าจะเป็น สโมสรบีจี ปทุม, ภายหลังที่เราได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดการแข่งขันบอลรายการนี้ ทางการกีฬาแห่งเมืองไทย ก็ทราบ และมีความปรารถนาดี ที่จะใช้โอกาสในการเป็นเจ้าภาพ”

“ปรับปรุงสนามของรัฐ 3 สนาม คือ สนามราชมังคลากีฬาสถาน สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา และ สนามสมโภช 700 ปี จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ให้สนามของรัฐบาลมีมาตรฐานเป็นสากล เพราะหากสนามเราไม่ได้มาตรฐาน เราก็จะไม่สามารถจัดการแข่งขันบอลรายการของเอเอฟซีได้”

“ก่อนหน้านี้เอเอฟซี ก็ได้ตรวจสนามรอบแรกไปแล้ว และได้กำหนดเงื่อนไขมาว่า เราต้องปรับปรุงสนามให้อยู่ในข้อกำหนดของเอเอฟซี เมื่อเขามาตรวจ เขาจะดูว่าเราได้ปรับปรุงแก้ไขคืบหน้ามากน้อยเพียงใด และทันกำหนดส่งมอบ ในวันที่ 20 ธันวาคม ไหม ซึ่งตอนนี้เราเหลือเวลาอีกแค่ 3 เดือนเท่านั้น”

“ภายหลังที่ได้เดินดูสนามราชมังคลากีฬาสถาน ก็ได้รับการการันตีจากผู้ว่าการกีฬาแห่งเมืองไทย แล้วว่า จะสามารถปรับปรุงสนามได้ตามกำหนด ก็ขอขอบคุณท่านผู้ว่าฯกกท. ไว้ ณ โอกาสนี้ ซึ่งทางสมาคมฯ เป็นห่วงว่า 3 เดือน เราจะปรับปรุงได้มากน้อยเพียงใด ก็ได้ข้อสรุป จากท่านรัฐมนตรี”

“ว่าอะไรที่ เป็นข้อกำหนดของเอเอฟซีบังคับก็ต้องเร่งดำเนินการปรับปรุง ส่วนที่ไม่ได้มีข้อกำหนดหากอยากปรับปรุง นั้น จะทำเลย หรือทำทีหลังก็ได้ เช่น ทางเอเอฟซี ไม่ได้เอ๋ยถึงเรื่องเก้าอี้ เรื่องพื้นหญ้าของสนาม เพราะฉะนั้นเราอาจจะปรับปรุงส่วนที่เอเอฟซีกำหนดก่อน”

“นอกจากนี้เราได้พูดและหารือถึงการปรับเปลี่ยนพื้นหญ้าภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งทางเอเอฟซี ไม่ได้บอกเป็นข้อกำหนด หากเราจะลงมือทำมันอาจจะเสี่ยงเกินไปที่จะเสร็จไม่ทันสำหรับการแข่งขัน ภายหลังที่รัฐมนตรี ได้เห็นทางกายภาพ และให้คำแนะนำแล้ว น่าจะทัน”

“เมื่อทางผู้ว่าการกีฬาแห่งเมืองไทย รับรองว่าทัน เราก็ต้องเชื่อมั่นและให้เกียรติ ผมเชื่อว่า ท่านพูดแล้ว ท่านทำแน่ ก็ต้องขอความกรุณา จากรัฐมนตรี ให้ช่วยเหลือ ให้ทุกอย่างเรียบร้อย ผมว่าทุกคนก็อยากให้เป็นเช่นนั้น ทุกอย่างคือการทำงานร่วมกันระหว่าง การกีฬาแห่งเมืองไทย”

“และสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ ในโอกาสนี้ ขออนุญาตมอบเอกสาร ข้อกำหนดที่เอเอฟซี กำหนดไว้ เพื่อให้ท่านและทีมงานจะได้ศึกษาไว้ว่าเอเอฟซี กำหนดไว้เป็นอย่างไร นอกจากนี้ ทางสมาคมฯ ก็ขอมอบไทม์ไลน์ ที่สมาคมฯ ทำ ตั้งแต่ช่วงแรก ที่สมาคมฯ ส่งจดหมาย เสนอกับเอเอฟซี”

“เพื่อให้ขอเป็นเจ้าภาพ ในรายการนี้ จนถึงตอนนี้ เผื่อท่านคิดว่าควรมีปรับเปลี่ยน สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นอกเห็นใจ กกท. คือ กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ทำให้เกิดความไม่คล่องตัว ต้องการจะฝากบอกท่านผู้ว่าการกีฬาแห่งเมืองไทย ว่า เราเข้าใจที่ งบประมาณต่างๆ ของกกท. ในการปรับปรุงสนามราชมังคลากีฬาสถาน”

“ขึ้นอยู่กับหลายส่วน แล้วงบประมาณตรงนี้ ถูกแยกออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น การปรับปรุงอาคารสถานที่ และอีกงบประมาณหนึ่งที่สำคัญ คือ ประเภทวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ สำหรับการจัดการแข่งขัน โดยรอบอื่นๆ จากการที่ได้ทำงานร่วมกันกับทางการกีฬาแห่งเมืองไทย ทางส่วนของอาคารสถานที่ กกท.”

“จะเป็นผู้ดำเนินการจัดงบประมาณ ส่วนวัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน กกท. ได้ให้สมาคมฯ เป็นแม่บ้านในการเสนองบประมาณ ผมทราบว่า กกท. ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณตรงนี้ได้ ก็ต้องฝากท่านผู้ว่าฯ กกท. ถ้าเราดูแต่กายภาพ แต่ลืมไปดูตรงนี้ และถึงเวลาไม่มีงบประมาณจัดซื้อ จัดจ้าง สมาคมฯ พร้อมช่วยเหลือสุดกำลัง”

“แต่สมาคมฯ ก็ต้องได้รับคำบอกกล่าวและคำ แนะนำ เพราะไม่งั้นมันจะสะเปะสะปะ และเสียเวลา ก็ต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านผู้ว่าการกีฬาแห่งเมืองไทย และคณะทำงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งทุกท่านที่ให้ความสำคัญ วันนี้ทุกท่านมาตรวจเยี่ยมถึงที่แล้ว ถือว่าเป็นความกรุณา”

“สมาคมฯ ก็หวังว่าทุกอย่างจะเป็นได้ด้วยดี เราเชื่อว่า กกท. จะทำทุกอย่างได้เรียบร้อย ภายหลังที่ทุกอย่างเรียบร้อย เราก็จะใช้สนามนี้เป็นสนามหลักในการจัดการแข่งขันรายการนี้ต่อไป สำหรับสมาคมฯ เราจะหาสนามอื่นมาแทนที่ในส่วนของ สนามสมโภช 700 ปี จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ ที่ปรับปรุงไม่ทัน”

“เพื่อให้ให้เอเอฟซีตรวจ ต้องดูความจุ, ไฟส่องสว่าง 1,800 LUX, ห้องแต่งตัวนักกีฬาต้องมี 4 ห้อง, สนามซ้อม, ที่พักโรงแรม 4-5 ดาว ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของเอเอฟซี โดยสนามที่มีโอกาสแทนสนามสมโภช 700 ปีฯ คือ 1.สนามลีโอ สเตเดียม, 2.สนามช้างอารีน่า จ.บุรีรัมย์, 3.สนามเอสซีจี สเตเดียม”

“4.สนามชลบุรี สเตเดียม, 5.สนามสิงห์ สเตเดียม จ.เชียงราย, 6.สนามสุพรรณบุรี และ 7.สนามมิตรผล สเตเดียม จ.ราชบุรี ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมและเอเอฟซีพิจารณา ขณะเดียวกันตอนนี้ยังรอหนังสือรับรองความพร้อมจาก สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา ในการเป็น 1 ใน 4 สนาม สำหรับจัดการแข่งขันในรายการนี้ด้วย”

โดยหลังจากนี้ ข้างจัดการแข่งขันบอลของ สมาคมบอลแห่งเอเชีย (AFC) จะเดินทางมาพิจารณาความพร้อมของสนามราชมังคลากีฬาสถาน รวมทั้งสนามอื่นๆ

ในช่วงระหว่างวันที่ 20-24 กันยายน2562 และจะมีการจัดงานจับสลากแบ่งสายการแข่งขันบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ โรงแรมสวิสโซเทล รัชดา ในวันที่ 26 กันยายน 2562 ต่อไป

เล่นแย่เอง! มาโนไม่อ้างพ่ายPTประจวบเพราะขาดแข้งหลัก

กุนซือแข้งเทพ ชี้ทีมเล่นได้แย่เอง ในเกมลุกพ่าย ufa1688  ต่อพิฆาต รับขาดแข้งหลักมีผล แต่ไม่ใช่ข้อแก้ตัว

มาโน โพลกิ้ง กุนซือ ทรู แบงค็อกฯ ชี้ทีมเล่นได้แย่เอง ในเกมลุกพ่าย พีที ประจวบฯ 1-0 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 24 วันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา

เจ้าถิ่น ต่อพิฆาต เพิ่งเล่นถึง 120 นาที ในฟุตบอลถ้วย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่ทีมของ มาโน โพลกิ้ง ก็ยังบุกมาพ่าย 1-0 โดยเสียประตูตั้งแต่นาทีที่ 16 จากการยิงของ สุพจน์ จดจำ

“ตั้งแต่เปิดฤดูกาล นี่เป็นครึ่งเวลาแรก ที่เราเล่นได้แย่ที่สุด” มาโน กล่าวต่อ “เราจ่ายบอลไม่ดี ไม่สู้ ไม่สร้างโอกาสอะไรเลย พูดง่ายๆ เราเล่นได้แย่มากๆ ส่วนครึ่งเวลาหลัง เราสามารถสู้ได้ดีขึ้น แต่มันก็สายไปแล้ว ดังนั้น ประจวบ สมควรเป็นผู้ชนะ”

“การขาดผู้เล่นหลักอย่าง ปกเกล้า , โบนิญา , พีระพัฒน์ และ ทริสตอง โด มันก็มีผล แต่ก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัว เพราะผู้เล่นที่เหลือ ก็มีศัยกภาพ ซึ่งเราแพ้ เพราะเราเล่นได้แย่เองมากกว่า”

“6 เกมที่เหลือ เราต้องเก็บคะแนนให้ได้เยอะที่สุด เพื่อจบอันดับให้สูงที่สุด และ เราต้องพยายามทำให้ได้ กับฟุตบอลถ้วย ที่เรายังมีลุ้น” มาโน กล่าวหลังหมดเวลา

ทุกวันนี้สถานการณ์แข่งขันลีกของ ทรู แบงค็อกฯ ถือว่าลำบาก เมื่อตามหลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพิ่มเป็น 9 คะแนน แต่ยังมีลุ้นในช้าง เอฟเอคัพ ที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ร่วมกับอีก 3 ทีมอย่าง การท่าเรือ เอฟซี , บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ราชบุรี มิตรผลฯ

กุนซือฉลามชลดีใจคว้าชัยชนะรั้งอันดับ 7 ก่อนเชิญชวนแฟนชลบุรีเชียร์ทีมเต็มสนามพบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมแข่งขันไทยลีก

สะสม พบประเสริฐ กุนซือชลบุรี เอฟซี ดีใจกับผลการแข่งขันหลังเฉือนชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 2-1ในศึก โตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 24 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนเชิญกองเชียร์ร่วมเชียร์เต็มสนามในเกมนัดถัดไปพบสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

“โค้ชเตี้ย” บุกพ่าย เชียงใหม่ เอฟซี 2-1 ก่อนจะมาปลดล็อคชนะสวาดแคท 2-1 โดยผู้ที่ยิงประตูคือ สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ และ แฮร์ริสัน ไคออน ทำให้ ชลบุรี เอฟซี อยู่ที่ 7 มี 33 คะแนน

“สำหรับผลการแข่งขันถือว่าทำได้ดี กับ 3 คะแนนที่เราคุยตั้งแต่ต้นเกมว่าเราจะเป็นต้องทำให้ได้ในเกมนี้” โค้ชเตี้ยให้สัมภาษณ์หลังหมดเวลา

“รูปเกมโดยเฉพาะช่วง 10 นาทีสุดท้าย มันเป็นอาการของฟุตบอลกลัวแพ้ ซึ่งมันก็ดูลนลานไปนิดหนึ่ง แต่มันก็เป็นโมเมนต์หนึ่งที่เราต้องไปปรับให้ได้ สำหรับการเล่นภายใต้ความกดดันมันต้องนิ่งให้มากกว่านี้”

สะสมกล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากที่ผมมา ผมใช้ สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ มาแล้วเกมหนึ่งแล้วก็ไม่ได้ใช้อีก ด้วยเงื่อนไขของสภาพ จริงๆ แล้วเขามีฟุตบอลเดินทางที่ดี เพียงแต่ว่าผมอยากเห็นวินัยในเรื่องของเกมรับ”

“เขาจำเป็นที่จะต้องอยู่ทุกที่ทุกเวลาในเกมรับ ซึ่งเกมนี้โดยภาพรวมถือว่าผ่าน และมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมย้ำ ในเกมนี้ทราบข่าวว่าโค้ชทีมชาติจะมาดู ก็เลยกล้าที่จะใช้เด็กเพื่อโชว์ของ เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสเล่นทีมชาติในอนาคต และที่สำคัญที่สุดก็อาจจะมีเข้าตาบ้าง ที่จะได้มีโอกาสในการติดทีมชาติ”

นอกจากนี้กุนซือฉลามชลพูดถึงเกมนัดต่อไปเปิด ชลบุรี สเตเดียม พบ สิงห์ เชียงราย“เคยพูดประโยคนี้ไปแล้ว ก็คือเราจะต้องเป็นตัวอิจฉาที่ดี เพราะฉะนั้นก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ส่วนเกมจะเป็นยังไงไม่รู้ เราก็บอกแล้วว่าในชลบุรี สเตเดียม เราไม่ยอมให้ใครเอาคะแนนไปง่ายๆ”

“เพราะฉะนั้นก็ต้องทำงานกันอย่างหนัก เพราะเรารู้ว่าสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ต้องการ 3 คะแนนอยู่แล้ว แต่เราก็คงไม่ให้เขาผ่านง่ายๆ แม้ว่าจะมีเงื่อนไขอะไรต่างๆนาๆไม่รู้ แต่ว่าหน้าที่ของทีมชลบุรีก็คือทำอันดับให้ดีที่สุด เพื่อที่จะเรียกศรัทธาจากกองเชียร์ และเพื่อนักเตะจะได้มีความมั่นใจ เพื่อต่อยอดในฤดูกาลต่อไป

“แม้ขณะนี้สถานการณ์ของชลบุรีอาจจะยังไม่ดี การตกชั้นก็ยังไว้ใจไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกคะแนนทุกคะแนนถ้าเราขยับได้ ผมเชื่อว่าเราคงจะพูดได้เต็มปากว่าเราจะยังคงอยู่ในลีกสูงสุดต่อไป”

“ส่วนเรื่องของแผนและผู้เล่น เราก็คงจะมีโอกาสได้เจรจากันบ้าง ก็ฝากถึงสาวกชลบุรีครับ ยังเช่นเคย ผมบอกแล้วว่าการเล่นภายใต้สาวกเต็มสนามแบบนี้มันสนุก เข้ามาให้กำลังใจทีมชลบุรีของพวกเรากัน”

“เพราะว่าทีมชลบุรีคือยอดทีมในลีก ซึ่งผมรับปากอย่างลูกผู้ชายครับ ถ้าผมมีโอกาสได้ทำงานสานต่อ ผมจะพยายามทำให้ชลบุรีมี Stats บันทึกมากมายเกิดขึ้น”

ประวัติ สุเชาว์ นุชนุ่ม

เนวิน ชิดชอบ ออกโรงการันตีชัดเจนไม่มีทางปล่อย สุเชาว์ นุชนุ่ม หลังถูกจับโยงเรื่องการย้ายออกจากถิ่นบุรีรัมย์   ufa1688 

     เนวิน ชิดชอบ บอสใหญ่ทัพ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงแห่งศึกโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ออกมากล่าวชัดเจนว่า "กัปตันกบ" สุเชาว์ นุชนุ่ม ดาวเตะตัวเก่งคือสัญลักษณ์ของทีมและเป็นที่รักของแฟนบอลโดยไม่มีทางย้ายออกจากถิ่น ไอ โมบาย สเตเดี้ยม อย่างแน่ๆ

     "สุเชาว์ไม่ได้มีไว้ขาย เขาเป็นสัญลักษณ์ของบุรีรัมย์" บิ๊กเนกล่าวเริ่ม "มีการเชื่อมโยงว่าเขาจะย้ายออกจากทีม ซึ่งผมขอการันตีตรงนี้เลยว่า สุเชาว์ นุชนุ่ม จะอยู่กับบุรีรัมย์อีกนาน และอนาคตหากเขาเลิกเล่นบอลเขาก็จะยังทำงานที่สโมสรแห่งนี้"

      สุเชาว์ นุชนุ่ม ย้ายจาก ทีโอที มาร่วมทัพ บุรีรัมย์ ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม โดยเป็นกำลังสำคัญพาทีมกวาดถ้วยแชมป์ในประเทศอย่างมากและเป็นแข้งสำคัญในศึกบอลถ้วยเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก
 
 ประวัติ
     สุเชาว์ นุชนุ่ม เกิดวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 ที่ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุตรคนที่2จากจำนวนบุตรทั้งหมด4คนของของนายเชี่ยวและนางถวิล นุชนุ่ม จบการศึกษาในระดับชั้นประถมจากโรงเรียนบ้านท่าเสา และจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่3จากโรงเรียนไทรโยคน้อยวิทยา จากนั้นได้ศึกษาต่อจนจบระดับชั้นปวช.จาก วิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี ในปัจจุบันศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

     ในด้านชีวิตส่วนตัวนั้น สุเชาว์ได้เข้าพิธีสมรสกับ อุทุมพร กสิกรรม ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 และได้รับแต่งตั้งยศเป็นสิบตรี สังกัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับนักเตะอีก 8 คน

 
 การเล่นบอล

     สุเชาว์ นุชนุ่มได้เล่นบอลให้กับสโมสรบอลทีโอที โดยการชักชวนของ พงษ์พันธุ์ วงศ์สุวรรณ (โค้ชก๊อก) และได้เป็นหนึ่งในนักเตะที่นำทีมชาติไทยชนะการแข่งขันบอล ซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ได้รับรางวัลนักเตะชายยอดเยี่ยม สยามกีฬา อวอร์ด 2006

     นอกจากการเล่นบอลแล้ว สุเชาว์ยังเคยชกมวยไทย รุ่น 31 กิโลกรัมมาก่อน โดยเป็นนักมวยค่าตัวเงินหมื่น ในชื่อ "กบน้อย ส.สกุลภัณฑ์" ก่อนจะเลิกชกมวยเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

     เดือนพฤศจิกายน ปี 2552 สุเชาว์ได้เซ็นสัญญาย้ายไปร่วมทีมเปอร์ซิป บันดุง ในลีกอินโดนีเซียด้วยสัญญายืมตัวตรงเวลา4เดือน หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับเปอร์ซิป บันดุงแล้วสุเชาว์ นุชนุ่มได้ย้ายมาร่วมทีมสโมสรบอลบุรีรัมย์ พีอีเอ ในฤดู 2553

     ปัจจุบัน สุเชาว์เป็นนักเตะทีมชาติไทย สังกัดสโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ และเป็นผู้เล่นในชุดซีเกมส์ครั้งที่ 23 อาเซียนคัพและเอเชียนเกมส์

 
ถูกลอบฆ่า

     สุเชาว์ นุชนุ่ม เกือบเสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกลอบฆ่าช่วงวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 0.30 น. ที่ห้องพักของตนเองในซอยงามวงศ์วาน 9 โดยคนร้ายได้เผ่านาทุบกระจกรถฮอนด้า ซีอาร์-วีของ สุเชาว์ที่จอดไว้จนกระจกแตก และขณะที่สุเชาว์วิ่งออกมาดู คนร้ายก็ได้กระหน่ำยิงอีก7นัดซ้อน แต่เจ้าตัวหลบได้ทันจึงรอดตายอย่างหวุดหวิด หลังเกิดเหตุสุเชาว์ได้แจ้งความกับตำรวจสภอ. ลาดโตนด จังหวัดนนทบุรี และมีการตั้งใจความสำคัญว่าน่าจะเกิดจากปัญหาแฟนคลับสาว
 
ผลงาน

    * ทีมชาติไทย
          – ชนะเลิศ ซีเกมส์ ครั้งที่ 23 (2548)
          – ชนะเลิศ คิงส์คัพ ครั้งที่37 (2549)
    * สโมสรบอลทีโอที
          – ชนะเลิศ ดิวิชัน 1 ฤดู 2546/47
          – ชนะเลิศ โปรลีก ฤดู 2549 

  สำหรับเส้นทางการก้าวไปสู่แวดวงลูกหนังไทย ของสุเชาว์นั้น ไม่ได้เริ่มจากการเป็นนักเตะตั้งแต่ทีแรก หากแต่ผูกสมัครรักใคร่อยู่กับกีฬาแม่ไม้มวยไทย ที่เขาสามารถทำได้ดี โดยสุเชาว์เริ่มหัดมามวยตั้งแต่ ป.2 ที่โรงเรียนบ้านท่าเสา และตระเวณชกเวทีในระดับภูธร โดยสุเชาว์ บอกว่า ชกมวยนัดแรกค่าตัวได้ 200 บาท ด้วยเพราะยังเด็กและไม่มีพื้นฐาน เป็นมวยวัด แต่อาศัยที่เป็นคนแข็งแรง พอเริ่มชอบก็ชกมาเรื่อย กระทั่งได้มาเข้าค่ายดังในเมืองกรุง "ส.สกุลพันธ์"  และ "กบน้อย ส. สกุลพันธ์" คือฉายาที่เขาได้รับ จากนั้น สุเชาว์ก็ชกมวยมาเรื่อยๆ จนเรียน ปวช.ที่เทคนิคกาญจนบุรี แต่แล้วชีวิตก็พลิกผันเมื่อมีปัญหากับทางค่ายมวย  และเวลาต่อจากนี้เองที่ทำให้สุเชาว์ได้พบรักกับกีฬาบอล โดยการชักชวนของเพื่อให้นๆ 

          "ตอนจบ ม.3 ผมไปเข้าเรียนที่เทคนิคกาญจนบุรี ได้เล่นบอลกับเพื่อให้นๆ ก็คิดว่า เอ๊ะ เราพอมีแววนะ (หัวเราะ) ก็เล่นบอลมาเรื่อย ช่วงหนึ่งผมเล่นบอลเดินสายอยู่แถวเมืองกาญจน์ เป็นทีมที่จัดขึ้นมาใช้ชื่อ "ช.รุ่งเรืองบริการ" เป็นอู่ใหญ่ หลังจากเล่นบอลได้ 2-3 ปี คุณประพาส เพ็ชรพูล ซึ่งเป็นเพื่อให้นกับเจ้าของอู่ ช.รุ่งเรืองบริการ เขาพาไปฝากกับโค้ชก๊อก (สุพงษ์พันธุ์ วงศ์สุวรรณ)ให้เป็นตัวเยาวชน คือตอนแรกผมคัดตัวไม่ติดเยาวชน ตอนผมกำลังจะกลับ โค้ชก๊อกก็ถามว่าไม่ติดเหรอ ผมบอกไม่ติดครับ โค้ชก็ถาม ชื่ออะไร และให้ผมเดินไปบอกโค้ชเยาวชนใหม่ว่าโค้ชก๊อกบอกให้มา มีชื่อติดในทีม"

          ต่อมาในปี 2548 ฟอร์มการเล่นของเขาเข้าตา "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน กุนซือทีมชาติไทย จึงถูกเรียกตัวติดทีมชาตินัดแรก ในบอลกีฬามหาวิทยาลัยโลก ที่เมืองอิซเมียร์ ประเทศตุรกี และเป็นนัดแรกที่เขาได้ติดธงไตรรงค์ที่หน้าอกลงสนาม หลังจากนั้นในบอลซีเกมส์ และคิงส์คัพ ในปี 2549 เขาก็แปลงเป็นตัวหลักของทีมชาติไทยทั้งชุดยู 23 และทีมชาติชุดใหญ่ โดยสามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 37 แล้วยังผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ที่โดฮา กาตาร์ อีกด้วย

ประวัติ มาริโอ เกิทเซ่ กองกลางตำตุง

ชื่อ : มาริโอ เกิทเซ
วันเกิด : วันที่ 3 มิถุนายน 1992
สถานที่เกิด : แมนมินเกน, เยอรมนี
สัญชาติ : เยอรมัน
ส่วนสูง : 176 เซนติเมตร   ufa1688 
ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก
สโมสรปัจจุบัน : บาเยิร์น มิวนิค 

          มาริโอ เกิทเซ่ เกิดที่เมืองเมมมิงเก้น แคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี เริ่มเล่นบอลตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และไปสู่ทีมเยาวชนของสโมสรดอร์ทมุนด์ เมื่ออายุ 9 ขวบ ก่อนขึ้นชุดใหญ่เป็นนัดแรกในปี 2009 ในตำแหน่งกองกลางตัวรุก จากนั้นก็เริ่มเป็นตัวหลักของสโมสรเรื่อยมา

     เมื่อเกิทเซ่เริ่มมีหน้าที่กับ "เสือเหลือง" ผลงานของดอร์ทมุนด์ก็เริ่มบินสูงทันที ด้วยการยกระดับมาเป็นผู้ท้าชิงแชมป์บุนเดสลีก้า เยอรมนี กับบาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่ของประเทศ อย่างเต็มตัว โดยดาวเตะวัยรุ่น ได้ประสานงานในแดนหน้ากับโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ศูนย์หน้าของทีม ช่วยให้ฤดู 2010-11 สามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้ ขณะที่ฤดูต่อมา ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์คว้าดับเบิลแชมป์ โดยกวาดแชมป์บุนเดสลีก้า กับ เดเอฟเบ โพคาล

     ช่วงเดือนมีนาคม 2012 เกิทเซ่ ต่อสัญญากับ "เสือเหลือง" ออกไปจนถึงปี 2016 โดยมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 37 ล้านยูโร ก่อนจะให้สัมภาษณ์ว่า "ทุกๆคนรู้ว่าผมรู้สึกดีมากที่เล่นให้ดอร์ทมุนด์ ตอนนี้ต้นสังกัดยังต้องยกระดับอีกเยอะ กว่าจะก้าวขึ้นเป้นทีมระดับโลก ซึ่งผมต้องการเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของทีม" 

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปี 2013 การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับตัวเกิทเซ่ก็เกิดขึ้น เมื่อบาเยิร์น มิวนิคอริตัวเอ้ของดอร์ทมุนด์ ได้ยื่นซื้อตัวโกลเด้น บอย คนใหม่ของแวดวงลูกหนังเมืองเบียร์ ในราคา 37 ล้านยูโร ซึ่งตรงกับค่าฉีกสัญญาของเจ้าตัวพอดี ทำให้บาเยิร์น สามารถเข้าไปพูดจากับตัวเกิทเซ่ได้ทันที โดยที่ทางสโมสรไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธข้อเสนอ เว้นแม้กระนั้นตัวเกิทเซ่จะปฏิเสธข้อเสนอเอง

     จากนั้น เกิทเซ่ก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพบาเยิร์น หลังจากจบฤดู 2012-13 นับเป็นการย้ายตัวที่สั่นสะเทือนแวดวงบอลเยอรมนี โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่า "ผมต้องการเก่งกว่านี้" ทั้งยังต้องการเพิ่มโอกาสในการติดทีมชาติเยอรมนี รวมทั้งต้องการร่วมงานกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้ฝึกสอนของบาเยิร์น ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดกุนซือยุคใหม่ ซึ่งในเรื่องสุดท้าย ทางเจอร์เก้นส์ คล็อปป์ ผู้ฝึกสอนของดอร์ทมุนด์ ก็ออกมาตัดพ้อผ่านสื่อเช่นกันเกี่ยวกับการตัดสินใจของเกิทเซ่ ส่วนทางแฟนบอลดอร์ทมุนด์เอง ก็มีทั้งขอบคุณในผลงานที่ทำมาโดยตลอด และก่นด่าว่าเป็นผู้ทรยศ
     การย้ายตัวของเกิทเซ่ยังไม่จบ เมื่อในฤดูนั้นเอง ดอร์ทมุนด์ ต้องมาเผชิญหน้ากับบาเยิร์น ในรอบชิงชนะเลิศบอลสโมสรยุโรป ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก โดยที่เกิทเซ่ไม่สามารถลงเกมนั้นได้ เนื่องด้วยมีอาการบาดเจ็บ สุดท้ายก็เป็นบาเยิร์นทีมใหม่ชนะดอร์ทมุนด์ทีมเก่าไปได้ 2-1 ทำให้ฤดูนั้น ดอร์ทมุนด์คว้า 3 รองแชมป์ในฤดูเดียว

     เกิทเซ่ ย้ายไปร่วมทัพบาเยิร์นในฤดู 2013-14 ทว่าเส้นทางการค้าแข้งกับต้นสังกัดใหม่ กลับไม่สวยหรูอย่างที่หวัง เมื่อเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่เป็นระยะ รวมทั้งฟอร์มการเล่นที่ดร็อปลงมา อย่างไรก็ดีเพลย์เมเกอร์ ร่างเล็ก ศึกษาค้นพบตำแหน่งใหม่ก็คือ "กองหน้าตัวหลอก" หรือ "false9" และเกิทเซ่ ก็ถือว่าทำได้ดีกับหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น ก่อนจะนำพลพรรค "เสือใต้" คว้า 4 แชมป์ในฤดูเดียว ได้แก่ บุนเดสลีก้า, เดเอฟเบ โพคาล, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 
ทีมชาติเยอรมนี
    เกิทเซ่ แจ้งเกิดในนามทีมชาติตั้งแต่รุ่นเยาวชน เริ่มจาก ยู-15, 16, 17 และ 21 ปี ตามลำดับ ซึ่งตอนที่เกิทเซ่ติดทีมชุดต่ำกว่า 17 ปีนั้น ก็สามารถคว้าแชมป์ยูโร ชุดต่ำกว่า 17 ปีได้ด้วยในปี 2009 ขณะที่ทีมชาติชุดใหญ่ เริ่มติดทีมชาติเป็นนัดแรกในปี 2010 ก่อนจะเปิดตัวทัวร์นาเมนต์ใหญ่นัดแรกในศึกยูโร 2012 ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่มีส่วนร่วมมากนัก เหตุเพราะมีปัญหาเจ็บช่วงหลังกับต้นสังกัด ทว่าเยอรมัน ก็ผ่านไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ แต่พ่ายอิตาลีไป 0-3
     ส่วนในบอลโลก 2014 ที่พึ่งจะผ่านพ้นไปนั้น ถือว่าเป็นรายการที่สร้างชื่อให้เกิทเซ่เลยทีเดียว โดยตอนแรก เกิทเซ่ แทบไม่มีหน้าที่กับทีม เอนไปทางต่ำกว่ามาตรฐานด้วยซ้ำ ถึงขั้นหลุดไปเป็นผู้เล่นสำรอง ทว่าแนวรุกบาเยิร์น แปลงเป็นหมากเด็ดของโยอาคิม เลิฟ ในนัดชิงชนะเลิศ หลังจากเปลี่ยนลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ทำประตูชัยให้ทีมช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 113 พาทีมสู่บัลลังก์แชมป์โลกครั้งที่ 4 อย่างมากใหญ่

ประวัติ ซาดิโอ มาเน่

ชื่อเต็ม : ซาดิโอ มาเน่
วันเกิด : 10 เมษายน 1992
สถานที่เกิด : เซดิอุย, ประเทศเซเนกัล
สัญชาติ : เซเนกัล
ส่วนสูง : 175 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : ปีก
สโมสรปัจจุบัน : หงส์แดง

ประวัติการค้าแข้ง

เยาวชน เจเนเรชั่น ฟุต

          มาเน่ เกิดในเมืองเซดิอุย และเริ่มเส้นทางลูกหนังกับ อคาเดมี่ เจเนเรชั่น ฟุต ซึ่งเป็นสถาบันสอนบอลในประเทศเซเนกัล

เม็ตซ์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Sadio Mané Metz

          มาเน่ เริ่มการค้าแข้งอาชีพกับสโมสร เม็ตซ์ ตอนวันที่ 14 มกราคม 2012 โดยลงสามมาเป็นผู้เล่นสำรองแทน เกอแว็ง ดิอาซ ในนาทีที่ 75 จากเกมที่แพ้ บาสเตีย 0-1 ในลีก เดอซ์ ฝรั่งเศส ซึ่งเขาลงสนามทั้งหมด 19 เกมในฤดูแรกของเขา อย่างไรก็ดีต้นสังกัดอย่าง เม็ตช์ กลับต้องตกชั้นไปเล่นในลีกล่างหลังจบซีซั่นนั้น

เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก

          ตอนวันที่ 31 สิงหาคม 2012 มาเน่ ได้ย้ายไปเล่นในลีกสูงสุดของออสเตรียกับทางด้านของ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ซึ่งเป็นการย้ายตัวที่มีมูลค่าสูงสุดชั้นสามของสโมสร เม็ตซ์ โดยเชื่อกันว่าน่าจะอยู่ที่ราว 4 ล้านยูโร (ประมาณ 155 ล้านบาท)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Sadio Mané Red Bull Salzburg

          เขาซัดแฮตทริคแรกให้กับสโมสรตอนวันที่ 31 ตุลาคม 2012 จากเกมที่บุกเอาชนะ คาล์สดอร์ฟ 3-1 ในรอบสามของศึก ออสเตรีย คัพ และตอนวันที่ 27 ตุลาคม 2013 มาเน่ สามารถทำแฮตทริคในลีกสูงได้เป็นนัดแรก ในเกมที่บุกถล่ม โกรดิก 3-0

เซาท์แฮมป์ตัน

          ช่วงวันที่ 1 กันยายน 2014 มาเน่ ย้ายมาเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษกับสโมสร เซาท์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัวทั้งสิ้น 11.8 ล้านยูโร (ประมาณ 458 ล้านบาท) และมอบสัญญาระยะยาวถึง 4 ปี เขาเปิดฉากสนามให้กับ "นักบุญแดนใต้" ในวันที่ 23 กันยายน และมีส่วนช่วยให้ทีมเอาชนะ อาร์เซน่อล 2-1 ในศึกลีก คัพ โดยอีก 4 วันต่อมาเขาลงสนามในเกมลีกอย่างเป็นทางการและแอสซิสต์ประตูแรกให้กับ ไรอัน เบอร์ทรานด์ กดสกอร์ในเกมที่เฉือน ควีนส์ ปาร์ค แรนเจอร์ส 2-1

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ sadio mané southampton

          ประตูแรกของเขากับทีม เกิดขึ้นในเกมที่ถล่มเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 8-0 ช่วงวันที่ 18 ตุลาคม 2014 แม้ต่อมาประตูนี้จะยกเครดิตให้เป็นการทำประตูตัวเองของ พาทริค ฟาน อันโฮลท์ ก็ตาม แต่ที่สุดแล้ว มาเน่ ก็ยิงประตูแรกในลีกได้สำเร็จในเกมบดชนะ สโต๊ค ซิตี้ 1-0

          จบฤดู 2014/15 เขาลงสนามให้กับทีมทั้งหมด 32 เกมในทุกรายการและทำได้ทั้งสิ้น 10 ประตู

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ sadio mané southampton

          มาเน่ ออกสตาร์ทฤดูใหม่ 2015/16 ด้วยการทำสองแอสซิสต์ในเกม ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือกที่พบกับ วิเทสส์ อาร์เน่ม และช่วยให้ทีมเอาชนะคู่แข่งไปด้วยสกอร์รวมเหย้า-เยือน 5-0 นอกจากนี้เขายังสามารถผลิตสกอร์ด้วยเวลาเพียง 39 วินาที ในเกม ลีก คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศที่พบกับ หงส์แดง ก่อนในที่สุดจะแพ้คาบ้าน 1-6

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ sadio mané southampton

          เขาล้มเหลวในการยิงประตูติดต่อกันนาน 4 เดือน แต่ในวันที่ 20 มีนาคม 2016 มาเน่ ทำคนเดียวสองประตูช่วยให้ทีมเอาชนะ "หงส์แดง" 3-2 และซัดอีก 5 ประตูใน 5 เกมต่อมาหลังจากนั้น ซึ่งเขาจบฤดูนั้นด้วยการยิง 15 ประตูในทุกรายการ และแปลงเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมในทันที

หงส์แดง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ sadio mané liverpool

 

          ตอนวันที่ 28 มิถุนายน 2016 สโมสร หงส์แดง ได้ประกาศคว้าตัว มาเน่ มาร่วมทัพด้วยค่าตัวสูงถึง 34 ล้านยูโร (ประมาณ 1,320 ล้านบ าท) และมอบสัญญาอยู่โยงถึง 5 ปี ซึ่งนั่นทำให้เขาแปลงเป็นนักเตะแอฟริกาที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์

          มาเน่ ลงสนามเปิดฉากสีเสื้อใหม่ในวันที่ 14 สิงหาคม และมีส่วนช่วยให้ทีมเอาชนะ อาร์เซน่อล 4-3 ในแมตช์เปิดฉากฤดูใหม่ อย่างไรก็ดีเขาพลาดลงช่วยทีมในเกมลีกนัดที่สองเนื่องด้วยอาการบาดเจ็บ และกลับมาลงสนามอีกรอบในเกมที่ถล่ม เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 5-0 บนเวที ลีก คัพ ซึ่งเขาทำสองแอสซิสต์ในแมตช์นั้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ sadio mané liverpool

          ในวันที่ 6 พฤศจิกายน เขาสามารถยิงสองประตูในเกมที่ หงส์แดง เปิดรังถล่ม วัตฟอร์ด 6-1 และทำให้เขาซัดไปแล้ว 6 ประตูจาก 10 เกมลีกที่ลงเล่น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ sadio mané liverpool watford

          หัวหอกดีกรีทีมชาติ เซเนกัล วัย 24 ปีรายนี้ ถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่อย่างเป็นทางการเพื่อให้ลุยศึก แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ที่กำลังจะเปิดฉากในเดือน มกราคม ปี 2558 ที่ประเทศกินีเป็นเจ้าภาพ พร้อมกับเพื่อให้นร่วมทีมอย่าง ชีคคู คูยาเต้ มิดฟิลด์รุ่นราวคราวเดียวกัน

 

ชื่อเต็ม : เดียฟร้า ซาโก้
วันเกิด : 24 ธันวาคม 1989
เกิดที่ : กูเอเดียวาเย้, เซเนกัล
สัญชาติ : เซเนกัล
ส่วนสูง : 184 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองหน้า

ประวัติส่วนตัว

          เดียฟร้า ซาโก้ (24 ธันวาคม 1989) ศูนย์หน้าชาวเซเนกัล ที่ปัจจุบันค้าแข้งกับสโมสร เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ซึ่งเขาเริ่มอาชีพนักเตะกับทีม เม็ตซ์ ในปี 2009 ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวไปเล่นให้กับสโมสร บูโลญ ในเวลาต่อมา

เส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

เม็ตซ์ (2009-2014)

          ซาโก้ ย้ายมาค้าแข้งในฝรั่งเศสในปี 2007 ด้วยการมาฝึกซ้อมกับสโมสร เม็ตซ์ ซึ่งภายหลังที่เขายิงไป 17 ประตูใน 22 เกมให้กับทีมสำรองในฤดู 2009/10 ทำให้เขาได้รับรางวัลด้วยการขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ในที่สุด และ ซาโก้ ได้รับโอกาสลงสนามเป็นนัดแรกในเกมที่เปิดบ้านเจ๊า แบรสต์ 0-0 ช่วงวันที่ 19 มกราคม 2010 แต่หลังจากนั้นในวันที่ 10 กันยายน เขาสามารถทำประตูแรกในสีเสื้อของ เม็ตซ์ ได้ในเกมที่เปิดรังเสมอ น็องต์ 1-1 ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกลงสนามในฐานะผู้เล่นสำรองตลอดช่วง 3 ฤดูแรกของเขา ก่อนที่จะถูกปล่อยยืมให้กับ บูโลญ ในเดือน มกราคม 2012

          เมื่อเดือน พฤษภาคม 2012 สโมสร เม็ตซ์ ต้องลงไปเล่นในลีกดิวิชั่นสามของฝรั่งเศส อย่างไรก็ดี ผู้จัดการทีมคนใหม่ อัลเบิร์ต คาร์เทียร์ ให้โอกาส ซาโก้ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ซึ่งเขาทำให้ทีมไม่ผิดหวังด้วยการซัดไป 19 ประตูจาก 33 เกมลีก ช่วยให้ทีมจบชั้น 2 และได้เลื่อนชั้นกลับมาสู่ ลีก เดอซ์ อีกรอบ โดยในปี 2013/14 เขาซัลโวไป 20 ตุงใน 36 เกมให้กับ เม็ตซ์ เป็นแชมป์ ลีก เดอซ์ ด้วยทักษะของ ซาโก้ ล้วน ๆ จนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีประจำ ลีก เดอซ์ ฤดู 2013-2014

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (2014-ปัจจุบัน)

          ช่วงวันที่ 14 สิงหาคม 2014 ซาโก้ ได้ตัดสินใจจรดน้ำหมึกด้วยสัญญา 4 ปีแบบไม่เปิดเผยค่าตัวกับสโมสร เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งเขาได้กล่าวไว้ในวันที่เซ็นสัญญาว่า "นี่เป็นวันที่น่าภาคภูมิใจที่ได้เซ็นสัญญากับ เวสต์แฮม, ผมรักในบอลอังกฤษจริง ๆ และผมมีฝันที่จะได้มาเล่นและเป็นหนึ่งในนักเตะของทีมใหญ่ ๆ ในเกาะอังกฤษ ซึ่งวันนี้ เวสต์แฮม ได้ให้โอกาสนั้นกับผมและผมไม่ลังเลที่จะคว้ามันไว้"

          เริ่ม ฤดู 2014-15 ซาโก้ ลงสนามเป็นนัดแรกให้กับ "ขุนค้อน" ช่วงวันที่ 23 สิงหาคม ในเกมที่บุกเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 โดยลงสนามมาแทนที่ของ คาร์ลตัน โคล ในนาทีที่ 63 และต่อมาในวันที่ 26 สิงหาคม เขาสามารถทำประตูแรกให้กับทีมได้สำเร็จ ในเกมที่พบกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด รอบสองบอล ลีก คัพ ซึ่งสุดท้ายเขาก็สามารถค้นหาประตูแรกในลีกในสีเสื้อของ เวสต์แฮม ได้สำเร็จ ตอนวันที่ 15 กันยายน ในเกมที่บุกไปเสมอ ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 โดยในตอนแรกให้เป็นเครดิตการทำเข้าประตูตัวเองของ เคอร์ติส เดวี่ส์ ก่อนที่ต่อมาจะแก้ไขให้เป็นประตูของ ซาโก้ ในที่สุด

          เขาลงสนามเปิดตัวในบ้านเป็นเกมแรก ในเกมที่พบกับ หงส์แดง ตอนวันที่ 20 กันยายน และยังสามารถยิงประตูได้อีกด้วย จากการชิปบอลผ่านตัว ซิมง มิโญเล่ต์ ซึ่งผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะของ เวสต์แฮม ด้วยสกอร์ 3-1 หลังจากนั้นในวันที่ 29 กันยายน ซาโก้ ยิงได้หนึ่งประตูในเกมที่บุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 ซึ่งนั่นเป็นประตูที่สี่ของเขา และยังเป็นการลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกของเขาด้วย

          โดยในวันที่ 25 ตุลาคม 2014 ซาโก้ เป็นผู้ทำประตูชัยให้ทีมเปิดบ้านเอาชนะแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ 2-1 และนั่นทำให้เขาแปลงเป็นนักเตะ เวสต์แฮม คนแรกที่ยิงได้ทุกนัดติดต่อกัน 6 เกมรวด ซึ่งด้วยความชำนาญอันเด็ดดวงนั้น ทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะพรีเมียร์ลีกยอดเยี่ยมประจำเดือน ตุลาคม 2014 ไปครองร่วมกับ แซม อัลลาไดซ์ ที่ได้รับรางวัล ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนด้วยเช่นกัน

การลงเล่นในให้กับทีมชาติ

          ซาโก้ ลงสนามในนามทีมชาติ เซเนกัล เป็นนัดแรกในเกมกระชับมิตรกับทีมชาติ บูกิน่า ฟาโซ ตอนวันที่ 21 พฤษภาคม 2014 ซึ่งประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในอีก 4 วันให้หลัง ในเกมที่เอาชนะ โคโซโว 3-1 ซึ่งภายหลังที่โชว์ฟอร์มดีกับสโมสร เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทำให้ ดิดิเย่ร์ เดช็องส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสให้ความสนใจที่จะดึงตัวเขามาเล่นให้กับทีม "ตราไก่" จนมาถึงเดือน ตุลาคม 2014 เขายังไม่เคยลงสนามให้กับทีม "สิงโตแห่งแอฟริกา" ในเกมอย่างเป็นทางการ จึงทำให้เขาสามารถเลือกเล่นให้กับทีมชาติ เซเนกัล หรือ ฝรั่งเศส ก็ได้ อย่างไรก็ดี ในเดือน พฤศจิกายน 2014 เขาถูกเรียกไปติดทีมชาติ เซเนกัล ภายใต้การทำทีมของผู้จัดการทีม อแลง ชิแรสส์ ลุยศึก แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2015 รอบคัดเลือกพบกับ อิยิปต์ และ บอตสวานา

ความสำเร็จในระดับสโมสร

เม็ตซ์

– แชมป์ ลีก เดอซ์ : 2013-2014

ความสำเร็จส่วนตัว

– นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีประจำ ลีก เดอซ์ : 2013-2014
– นักเตะพรีเมียร์ลีกยอดเยี่ยมประจำเดือน : ตุลาคม 2014

ufa1688

ประวัติ ปิแอร์ ออบาเมย็อง

ชื่อ : ปิแอร์-เอเมอริค ออบาเมย็อง
เชื้อชาติ : ฝรั่งเศส , กาบอง
วันเกิด : 18 มิถุนายน 1989
อายุ : 26 ปี
สถานที่เกิด : ลาวาล , ฝรั่งเศส
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสร : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ประวัติ
     ปิแอร์-เอเมอริค ออบาเมย็อง ศูนย์หน้า ''เดอะแฟลช'' ของ ''เสือเหลือง'' โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อาจจะยังไม่มีใครพูดว่านี่เป็นฉายาของกองหน้ารายนี้แต่ทว่าผมจะยกมามันก็คงไม่แปลกเพราะด้วยความเร็วในการวิ่งของเขา 30 เมตร ภายในเวลา 3.7 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในนักเตะด้วยกันเอง แถมความเร็วนี้มันยังไปชนะนักวิ่งเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง ยูเซียน โบลท์ เมื่อวัดจากการออกตัว 30 เมตรแรกในการแข่งขันชิงเหรียญทองโอลิมปิกในระยะ 100 เมตร ของ โบลท์ อีกด้วย

สโมสร เอซี มิลาน (2007-2011)
     ออบาเมย็อง เริ่มเส้นทางค้าแข้งด้วยการเป็นเด็กปั้นของ เอซี มิลาน โดยเขาร่วมทีมเยาวชนของ ''ปีศาจแดง-ดำ'' ในเดือน มกราคม 2007 ซึ่งต้องรอถึงเดือน สิงหาคม เลยทีเดียว กว่า ออบาเมย็อง จะเบียดขึ้นมาเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงในทีมเยาวชนของ เอซี มิลาน ได้ ทว่าหลังจากนั้นเขาก็แปลงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมเยาวชนของ เอซี มิลาน คว้าแชมป์ อินอูกูรัล แชมเปี้ยนส์ ยูธ คัพ ที่ มาเลเซีย มาครองได้สำเร็จ ด้วยผลงานการลงสนาม 6 นัดยิงไปได้ทั้งหมด 7 ประตู และได้รับรางวัล ดาวซัลโว ในรายการนี้ไปครองอีกด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ aubameyang ac milan

สโมสร ดิฌง (ยืมตัว) (2008-2009)
     ถึงแม้ ออบาเมย็อง จะระเบิดฟอร์มในทีมเยาวชนได้ร้อนแรงอย่างสุดๆแต่ทว่าเขาก็ยังถูกมองว่าดีไม่พอที่จะขึ้นมาเล่นในชุดใหญ่ของ เอซี มิลาน นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาต้องย้ายไปอยู่กับ ดิฌง ด้วยสัญญายืมตัว ในฤดู 2008-2009 ซึ่งการมาที่นี่ของเขาถือว่าเลือกเดินได้ถูกทางเลยทีเดียวเพราะมาที่นี่เขาเปลี่ยนเป็นตัวหลักของทีมไปเลยด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาซัดให้ ดิฌง ไปได้ทั้งหมด 8 ลูกจากการลงเล่นทั้งหมด 34 นัด จนทางด้านโค้ชของ ดิฌง ในตอนนั้นอย่าง ดาเนียล โจเซฟ ออกมาชื่นชมเลยเกี่ยวกับวัยเพียง 18 ปีของเขา ''เขาจะแปลงเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในอนาคตอย่างแน่ๆ เขามีทั้งความเร็วและไปกับบอลได้ดีนี่เป็นหายนะของแนวรับชัดๆ''

สโมสร ลีลล์ (ยืมตัว) (2009-2010)
     24 มิถุนายน 2009 ออบาเมย็อง ก้าวขึ้นมาอีกขั้นด้วยการถูก ลีลล์ ทีมจาก ลีกเอิง ยืมตัวมาเล่น 1 ฤดู ทว่าหนนี้มันไม่ง่ายเหมือนตอนที่เขาเล่นให้กับ ดิฌง เขาได้รับโอกาสลงสนามไปเพียง 14 เกมเพียงแค่นั้นและยิงไปได้เพียง 2 ประตู ทำให้พอหมดสัญญาก็ถูกส่งกลับไปทันที

สโมสร โมนาโก (ยืมตัว) (2010-2011)
     21 สิงหาคม 2010 ออบาเมย็อง ยังคงต้องพเนจรอยู่ในฝรั่งเศสต่อไปหลังเขาโดนทางด้าน โมนาโก ยืมตัวมา ทว่าเขาก็ยังงัดฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้และได้รับโอกาสลงสนามไปทั้งหมดเพียง 19 นัดเท่านั้นยิงไปได้ 2 ประตู

สโมสร แซง-เอเตียน (2011-2013)
     22 ธันวาคม 2011 มีอีกหนึ่งสโมสรจากฝรั่งเศสที่อยากลิ้งลองใช้งานศูนย์หน้าความเร็วสูงรายนี้ ซึ่งก็เป็น แซง-เอเตียน ที่ยืมตัวเขามาร่วมทีม ซึ่งการมาทีนี่ตอนแรกเหมือนกับว่า ออบาเมย็อง เองจะได้ลงหลักปักฐานจริงๆแล้วเสียทีเพราะเขาได้รับมอบหมายให้ใส่เสื้อเบอร์ 7 ของทีม และเปลี่ยนเป็นตัวหลักของทีม กุมภาพันธ์ 2012 ออบาเมย็อง ซัดแฮตทริคแรกของตัวเขาเองได้สำเร็จในเกมที่เอาชนะ ลอริยองท์ โดยในฤดูนี้เขาซัดไปได้ถึง 16 ประตูในเกมลีก และเมื่อจบฤดูทำให้ฤดูนี้เปลี่ยนเป็นฤดูที่น่าจดจำของตัวเขาจริงๆ เมื่อเขายิงไปได้ทั้งหมด 18 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์ และสุดท้ายแล้วเขาก็ตัดสินใจอำลา เอซี มิลาน และเซ็นต์สัญญาอยู่กับ แซง-เอเตียน แบบถาวร

     ฤดู 2012-2013 ออบาเมย็อง คว้าตำแหน่งดาวซัลโวของ ลีกเอิง มาครองได้สำเร็จด้วยการซัดไปทั้งหมด 19 ประตูกับอีก 8 แอสซิสต์ ซึ่งเหนือกว่าศูนย์หน้าระดับโลกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เสียด้วย แถมเขายังได้รับรางวัลนักเตะ แอฟริกัน ยอดเยี่ยมของ ลีกเอิง ไปครองด้วยอีกหนึ่งรางวัล

สโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (2013-2014)
     4 กรกฎาคม 2013 ออบาเมย็อง ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยเหตุผลที่ว่าตัวเขานั้นอยากที่จะลงเล่นใน ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก โดยเซ็นต์สัญญาด้วยกันทั้งหมด 5 ปี โดยเกมแรกไม่ต้องรอช้า 27 กรกฎาคม 2013 เขาเปิดตัวให้กับทัพ ''เสือเหลือง'' ด้วยการพบกับ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเกมนั้นเขาถูกส่งลงสนามในช่วง 18 นาทีสุดท้ายของเกมและสามารถทำได้ 1 แอสซิสต์ ปิดกล่องให้ ดอร์ทมุนด์ เอาชนะ ''เสือใต้'' ไปได้ 4-2

     10 สิงหาคม 2013 ออบาเมย็อง ระเบิดแฮตทริคแรกได้สำเร็จ ในเกมบุนเดสลีก้าที่พบกับ เอาส์บวร์ก จนในที่สุดเขาก็ถูกทีมชาติ กาบอง เรียกตัวติดทีมในทันที 27 พฤษศจิกายน 2013 ออบาเมย็อง ซัดประตูแรกในแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ ในเกมที่เอาชนะ นาโปลี ไปได้ 3-1 ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยฤดูแรกของเขากับ ''เสือเหลือง'' ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมอย่างสุดๆ ลงสนามไปทั้งหมด 13 เกมซัดไปได้ถึง 16 ประตู

     31 กรกฎาคม 2015 ออบาเมย็อง ตัดสินใจต่อสัญญาอยู่ยาวกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถึงปี 2020 เลยทีเดียว โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์ว่า ''ที่นี่ให้ทุกๆอย่างกับผมผมไม่ต้องการย้ายออกไปไหนทั้งนั้น'' ซึ่งในฤดูปัจจุบันนี้ ออบาเมย็อง แปลงเป็นนักเตะในบุนเดสลีก้าคนแรกที่ยิงประตูได้ทุกนัดหลังเปิดฤดูมา 6 เกม

 

ฤดู 2014-15

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

          เปิดซีซั่นได้สวยหรูจริงๆสำหรับศูนย์จอมวิ่งแข่งเนื่องด้วยว่าเจ้าตัวผลิตได้หนึ่งประตูบวกกับอีกหนึ่งแอสซิสต์ในศึก เดเอฟแอล ซูเปอร์ คัพ ที่พวกเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ไปได้ 2-0 ซึ่งหลังจากเจ้าตัวยิงประตูได้ก็ควักเอาหน้ากากสไปเดอร์แมนมาสวมใส่เพื่อให้เป็นการฉลองประตูและเป็นการเปิดฉากโทรฟี่แรกของ "เสือเหลือง" สำหรับซีซั่นนี้และในเกมถัดจัดการถลุงประตูไปอีก 2 เม็ดบวกกับอีกหนึ่งแอสซิสต์ในเกมที่เปิดรังถล่ม สตุ๊ตการ์ต ขาดลอย 4-1 ในบอลถ้วย เดเอฟเบ โพคาลรอบแรก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ aubameyang 2014-2015

 

          13 กันยายน เปิดฉากศึกบุนเดสลีก้านัดแรกได้หล่อเหลาเช่นเคยด้วยการบวกสกอร์ให้กับตัวเองอีกหนึ่งเม็ดเกมเอาชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 หลังจากนั้น 3 วันในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดแรกและเป็น ออบาเมย็อง ที่ระเบิดฟอร์มอีกทีด้วยการซัดไปอีกหนึ่งเม็ดพาทีมเอาชนะ อาร์เซ่น่อล ยักษ์ใหญ่จากประเทศอังกฤษไปได้ 2-0 แต่หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ไม่สามรถช่วยทีมพาแชมป์ใดๆถึงแม้จะพาทีมได้จบฤดูมือเปล่าแต่ผลงานส่วนตัวของ ออบาเมย็อง นั้นสุดยอดเหลือเกินเพราะซัดไปได้ทั้งหมด 25 ประตูจากการลงเล่น 46 นัดรวมทุกรายการ ด้วยผลงานส่วนตัวอันสวยหรูตลอดระยะเวลาที่ค้าแข้งกับ ดอร์ทมุนด์ ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นข่าวลืออย่างหนาหูว่าถูกยักษ์ใหญ่จากยุโรปไล่ตามจีบเพื่อให้คว้าตัวมาร่วมทีม

 

ฤดู 2015-16

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ aubameyang contract

 

          หลังจากกลายเป็นข่าวเรื่องการย้ายทีมมายาวนาน ในที่สุด ออบาเมย็อง ก็ตกลงปลงใจขยายสัญญาใจยาวกับต้นสังกัดออกไปจนถึงปี 2020 พร้อมกับให้สัมภาษณ์บางส่วนว่า "ทุกๆส่วนในร่างกายของผมต้องการที่จะอยู่ค้าแข้งกับสโมสรแห่งนี้ต่อไปผมไม่อยากย้ายออกไปไหนทั้งสิ้น" หลังจากต่อสัญญากับทีมออกไปเจ้าตัวก็ซัดไปได้อีกหนึ่งเม็ดในเกมพลิกนรกกลับมาชนะ อ๊อด เกร็นลันด์ ได้ 4-3 ทั้งๆที่โดนนำไปก่อน 3-0 ในเกมยูโรป้ารอบเพลย์อ๊อฟ 23 กันยายน ออบาเมย็อง แปลงเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์บุนเดสลีก้า ที่ยิงติดต่อกันยาวนานถึง 8 นัดนับตั้งแต่เกมเปิดซีซั่นก่อนจะมาหยุดสถิติในเกมที่พบกับ ไมนซ์ นั่นเอง

 

          22 ตุลาคม ระเบิดฟอร์มเก่งด้วยการซัดแฮตทริคใส่ กาบาล่า ตัวแทนจากประเทศอาเซอร์ไบจาน ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 4-0 แถมหลังจากนั้นสามวันยังคงฟอร์มร้อนแรงได้อย่างต่อเนื่องด้วยการเบิกได้อีกหนึ่งแฮตทริคเกมถล่ม เอ๊าก์สบวร์ก 5-1 และหลังจากนั้น ออบาเมย็อง ยังรักษามาตรฐานฟอร์มแกร่งเรื่อยมาจนจบครึ่งซีซั่นแรก ออบาเมย็อง ผงาดนำเป็นดาวซัลโวของลีกที่ 18 ประตูจากการลงเตะไป 17 นัดด้วยกัน 10

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ aubameyang Bundesliga Player of the year

          10 มีนาคม มีส่วนช่วยทีมด้วยการผลิตประตูอีกหนึ่งประตูในเกมเอาชนะ สเปอร์ส 3-0 ศึกยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายและหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์เป็นคนเหมาสองประตูพาทีมเขี่ย สเปอร์ส ตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายศึกยูโรป้า ลีก ได้สำเร็จด้วยสกอร์รวมทั้งสองนัด 5-1 ทำให้ตอนนี้ ออบาเมย็อง โชว์ฟอร์โหดด้วยกานซัดไปแล้ว 35 ประตูร่วมทุกรายการแม้จะไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ใดๆได้แต่เจ้าตัวก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสโมสร

 

ฤดู 2016-17

 

          ออบาเมย็อง ออกสตาร์ทซีซั่นหล่อเหลาเช่นเคยด้วยการซัดประตูคู่แข่งแบบรัวๆ หลังจากอยู่ค้าแข้งกับ "เสือเหลือง" มายาวนานในที่สุดเจ้าตัวก็ได้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมในที่สุด ออบาเมย็อง ยังคงรับหน้าที่แบกทีมต่อไป 19 พฤศจิกายน เป็นคนซัดประตูชัยเฉือนเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค คู่ปรับในการลุ้นแชมป์ 1-0 นับเป็นการคว้าชัยชนะได้เป็นนัดแรกนับตั้งแต่เดือน เมษายน ปี 2014 ถัดจากนั้นหนึ่งเดือนในวันที่ 16 ธันวาคมยิงครบ 100 ประตูในการค้าแข้งกับต้นสังกัด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ aubameyang 2017

 

          โดยสำหรับถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกแล้ว ออบาเมย็อง พาทีมไปได้ไกลที่สุดแค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายก่อนจะถูก โมนาโก เขี่ยตกรอบไปด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-6 ทำให้เจ้ายังคงชวดพาทีมคว้าแชมป์เช่นเคยและสุดสัปดาห์ที่ผ่านนัดสุดท้ายของฤดูเจ้าตัวจัดการยิงไปอีก 2 เม็ดในเกมเอาชนะ เบรเมน ไปอย่างสุดมัน 4-3 ซึ่งจากการเหมาคนเดียวสองเม็ดส่งผลให้ ออบาเมย็อง ผงาดคว้ารางวัลดาวซัลโวของศึกบุนเดสลีก้า ด้วยการซัดไปทั้งหมด 31 ประตูและปัจจุบันพา "เสือเหลือง" ทะลุไปสู่รอบชิงชนะเลิศในศึก เดเอฟเบ โพคาล ที่จะพบ แฟร้งเฟิร์ต ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้

 

ทีมชาติ

     ปิแอร์ ออบาเมย็อง เคยถูกทาบทามจากทีมชาติ อิตาลี ยู-19 ปี ให้ไปเล่นด้วยหลังเขาทำผลงานได้ดีกับ ดิฌง แต่ทว่าตอนนั้นเขาเลือกเล่นให้ทีมชาติ ฝรั่งเศส ยู-21 ปี มากกว่า โดยเปิดฉากเกมแรกเมื่อ กุมภาพัน 2009 โดยอุ่นเครื่องกับ ตูนีเซีย

     ทว่าสุดท้ายแล้ว 25 มีนาคม 2009 ออบาเมย็อง ตัดสินใจที่จะเล่นให้กับทีมชาติ กาบอง ซึ่งเขาเปิดฉากเกมแรกก็สามารถทำประตูได้เลยในเกมที่พบกับ โมร็อคโค โดยเขาก็มีส่วนสำคัญอย่างมากที่พาทีมชาติ กาบอง ไปเล่นโอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอน แต่ทว่าสุดท้ายแล้วหลังจากนั้นก็ต้องหยุดอยู่เพียงแค่รอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น

     15 มิถุนายน 2013 ออบาเมย็อง กดแฮตทริคแรกในนามทีมชาติของตัวเขาเองได้สำเร็จ ในเกมคัดบอลโลก 2014 โดยถล่มเอาชนะ ไนเจอร์ ไปได้ 4-1 และในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา ออบาเมย็อง เป็นคนยิงเปิดทัวร์นาเมนต์พาทีมเอาชนะ บูร์กิน่า ฟาโซ 2-0 แต่อย่างไรก็ตามเจ้าตัวก็ยังคงแห้วไม่สามารถพาทีมคว้าโทรฟี่ได้อีกรอบ ในที่สุดแล้วถึงตอนนี้ ออบาเมย็อง ลงเล่นในนามทีมชาติ กาบอง ไปแล้ว 55 เกม ยิงไปได้ทั้งหมด 23 ประตูซึ่งมากที่สุดในประเทศ กาบอง แล้ว

เกียรติประวัติ

– นักเตะ แอฟริกัน ยอดเยี่ยมประจำ ลีกเอิง 2012-2013

– ติดทีมยอดเยี่ยมลีกเอิง 2012-2013

– ดาวซัลโวบุนเดสลีก้า 2014-2015

– แอสซิสต์สูงที่สุดในบุนเดสลีก้า 2014-2015

– ติดทีมยอดเยี่ยมบุนเดสลีก้า 2014-2015

– นักเตะยอดเยี่ยมประจำสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2014-2015 และ 2015-2016
– ดาวซัลโวบุนเดสลีก้า 2016-2017

ufa1688

 

ประวัติ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง หรือ ราฮีม ชาควิลล์ สเตอรลิง เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1994 เขาเกิดและเติบโตขึ้นในเมืองคิงส์ตัน ในประเทศจาไมกา ด้วยการอาศัยอยู่กับคุณย่า ก่อนที่จะย้ายย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงลอนดอน ในประเทศเมืองผู้ดี ตอนอายุ 5 ขวบ โดย สเตอรลิง ได้เริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งด้วยการเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลเยาวชนกับทางสโมสร ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส เขาใช้เวลาฝึกฝนฝีเท้าของตัวเองอยู่เป็นระยะเวลา 4 ปี เขาก็ได้มีโอกาสในการลงสนามให้กับทีมสำรองของสโมสร ก่อนที่จะเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังไกลไปถึงประเทศจาไมกา ประเทศบ้านเกิดของเขานั่นเอง ด้วยความไวและทักษะที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้สโมสรชั้นนำในลีกอย่าง หงส์แดงลิเวอร์พูล ไม่รอช้ารีบจัดการซื้อตัว ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทันที    ufa1688 

เด็กระเบิดติดปีกหงส์

สเตอร์ลิ่ง ตัดสินใจย้ายมาเล่นอยู่ในทีมเยาวชนของหงส์แดงลิเวอร์พูล เพราะต้องการที่จะพัฒนาฝีเท้า

หลังจากที่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เริ่มมีชื่อเสียงและเป็นข่าวดังไปไกลถึงประเทศจาไมกา ทำให้สโมสรยอดทีมอย่าง หงส์แดงลิเวอร์พูล รีบทำการกระชากตัวดาวรุ่งความเร็วสูงวัน 16 ปี รายนี้เข้าสู่สโมสรทันที ด้วยค่าตัว 600,000 ปอนด์ หรือประมาณ 30 ล้านบาท โดยฤดูกาลแรกที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่กับทัพหงส์แดง สเตอร์ลิ่ง ใช้เวลาส่วนมากไปในการฝึกซ้อมและพัฒนาฝีเท้าอย่างหนัก จนกระทั่งในฤดูกาล 2011/2012 ตัวเขาสามารถพัฒนาฝีเท้าและความแข็งแกร่งให้มีความจัดจ้านยิ่งขึ้น จนกระทั่ง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ร่วมเห็นแววในตัวของเขาจึงได้ตัดสินใจผลักดันให้เขาก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสร หงส์แดงลิเวอร์พูล

ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ทัพหงส์แดง

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ลงประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสร หงส์แดงลิเวอร์พูล ด้วยการถูกเปลี่ยนลงไปเป็นตัวสำรองในเกมการแข่งขันที่ หงส์แดงลิเวอร์พูล พบกับ สโมสร วีแกน แอธเลติก ที่สนามแอนฟิลด์ ซึ่งในตอนนั้นตัวเขามีอายุเพียง 17 ปี กับอีก 107 วัน ต่อมาตัวเขาได้มีโอกาสได้ลงเล่นเป็นเกมนัดที่ 2 ด้วยการถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในเกมการแข่งขันที่ หงส์แดง พบกับ ฟูแล่ม โดยในเกมนัดดังกล่าว เขาได้มีส่วนร่วมในเกมรุกของทีมมากยิ่งขึ้น จนสามารถช่วยให้สโมสรเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 0-1 จากเกมการแข่งขันนัดล่าสุดที่ สเตอร์ลิ่ง เริ่มโชว์ผลงานด้วยการมีส่วนร่วมกับเกมลุกของทีม จนสามารถช่วยให้สโมสรกับชัยชนะเหนือสโมสร ฟูแล่ม ไปได้ ทำให้กุนซือเริ่มที่จะให้โอการในการลงสนามในเกมใหญ่ๆ มากยิ่งขึ้น จนในเกมนัดที่ 3 เขาได้ถูกส่งเปลี่ยนตัวลงมาเพื่อหาประสบการณ์และเสริมแนวรุกของทีม ก่อนที่สโมสรจะไล่ถล่มเอาชนะสิงห์สำอางไปได้ถึง 4-1 ซึ่งจากผลงานในฤดูกาลแรกที่ก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ ราฮีม สเตอร์ลิง ก็ได้รับคำชมและเริ่มเป็นที่รักของสาวกเป็นจำนวนมากแล้ว

ในปี 2013 เขาได้รับการขยายสัญญาออกไป และเริ่มก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้สำเร็จ จากการผลักดันจากรุ่นพี่ภายในทีมอย่างกัปตันตลอดกาลของสโมสรอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ หลุยส์ ซัวเรซ ทำให้ในเวลานักสโมสรหงส์แดงลิเวอร์พูลถือได้ว่าเป็นทีมที่มีเกมรุกที่รวดเร็วและดุดันเป็นอย่างมาก ก่อนที่ทางสโมสรจะทำการปล่อยตัว 2 แข้งดังที่ทำการสนับสนุนเขามาตลอดออกจากทีม ทำให้ตัวเขาเริ่มหมดความท้าทายกับทางสโมสร ทำให้ในปี 2015 สเตอร์ลิ่ง ได้ทำการขอขึ้นบัญชีขาย เพื่อขอย้ายออกจากสโมสร เพราะต้องการที่จะได้แชมป์ Premier League  และมีชื่อติดทีมชาติ England เพื่อไปทำการแข่งขันในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ Euro 2016 ทำให้ทางสโมสร เรือใบสีฟ้า ไม่รอช้ารีบซื้อตัวเขามาร่วมทีมในทันที

 เจ้าหนูค่าตัว Stats 

สเตอร์ลิง ได้ย้ายเข้ามาอยู่กับสโมสร Manchester City  ด้วยค่าตัวที่เป็น Stats โลก

หลังจากที่กลายเป็นข่าวกับทางสโมสร  Manchester City  มาอย่างยาวนาน และความต้องการที่ตัวเขาใฝ่ฝันมาตลอด ที่ต้องการจะคว้าแชมป์ Premier League ให้ได้ ประกอบกับต้องการที่จะมีชื่อติดทีมชาติ England เพื่อไปลุยศึก Euro 2016 ทำให้ในเดือน กรกฎาคม 2015 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ตัดสินใจเข้าแจ้งขอย้ายสโมสรกับทาง เบรนดัน ร็อดเจอส์ กุนซือในเวลานั้นทันที ทำให้หลังต่อไปไม่กี่วัน สเตอร์ลิง ก็ได้ย้ายเข้ามาสู่สโมสร  Manchester City  ด้วยค่าตัวสูงถึง 49 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2.45 พันล้านบาท โดยตัวเขาได้รับสัญญานานไปถึง 5 ปี ซึ่งมูลค่าค่าตัวสูงขนาดนี้ทำให้บอร์ดบริหารทางสโมสรลิเวอร์เป็นการซื้อ-ขายนักเตะที่คุ้มค่ากับทางสโมสรเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยังได้ทำ Stats เป็นผู้เล่นอายุไม่เกิน 21 ปี ที่มีค่าตัวแพงที่สุด พร้อมทั้งเป็นนักฟุตบอลของ เรือใบสีฟ้า ที่มีค่าตัวแพงที่สุดของสโมสร และยังพ่วงไปถึง Stats นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกในอันดับที่ 13 และยังเป็นนักฟุตบอลนักที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับที่ 3 บนเวที  Premier League  อีกด้วย

ไล่ล่าหาความสำเร็จกับ เรือใบสีฟ้า

 

หลังจาก สเตอร์ลิง ได้ย้ายมาเล่นให้กับสโมสร เรือใบสีฟ้า เขาก็ได้ถูกส่งลงสู่สนามในทันทีเมื่อการเปิดฤดูกาลเริ่มขึ้น โดยในเกมนัดดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวกับสโมสรใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเขาเป็นคนทำประตูแรกให้กับทีมได้สำเร็จก่อนที่ทีมจะคว้ำชนะ สโมสร วัตฟอร์ด ไปได้ถึง 3-0 ซึ่งทำให้กองเชียร์เริ่มหมดข้อสงสัยในเรื่องของความคุ้มค่าในราคาค่าตัวที่สโมสรได้เสียไปในทันที หลังต่อไปไม่นาน ราฮีม สเตอร์ลิง ก็ได้ระเบิดฟอร์มให้กองเชียร์ได้เฮกันอีกครั้งเมื่อเขาสามารถนำทีมเอาชนะสโมสร บอร์นมัธ ได้สำเร็จ 5-1 ซึ่งในเกมการแข่งขันนัดดังกล่าวนี้ ตัวเขาสามารถทำคนเดียว 3 ประตูแรกให้กับตัวเองในชีวิตการค้าแข้งได้อีกด้วย หลังต่อไป ราฮีม สเตอร์ลิง ได้เดินหน้าทำผลได้ดีอย่างเรื่อยๆก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ร่วมกับสโมสรได้ Season แรก และจบได้เพียงแค่ในอันดับที่ 4 ของตารางการแข่งขันเพียงเท่านั้น

จนกระทั่งการเข้ามาคุมทีมของกุนซือสมองเพชรอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และได้ปรับเปลี่ยนระบบการเล่นภายในทีมให้มีรูปแบบที่สวยงามและดุดันมากยิ่งขึ้น ซึ่ง ราฮีม สเตอร์ลิง ก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนรายนี้ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนทัศนะคติในการเล่น ทำให้เขาสามารถทำประตูได้อย่างมากมายและกลายเป็นดาวเตะยอดเยี่ยม จนสามารถพาสโมสรคว้าแชมป์ Premier League  ได้ 2 สมัยติดต่อกันสำเร็จ ทำให้ชื่อของปีกตัวจี๊ดรายนี้ติดทีมชาติเมืองผู้ดีไปสู้ศึกฟุตบอลโลกได้สำเร็จ

ทีมชาติเมืองผู้ดี

ด้วยความเก่งกาจ และยังมีความเร็วที่หาตัวจับยาก เขาจึงสามารถขึ้นมาเป็นตัวหลักในทีมชาติได้แบบไม่มีใครสงสัย

 

สเตอร์ลิง มีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในการนัดอุ่นเครื่องเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2012 ที่พบกับ ทีมชาติ สวีเดน แต่ในเกมนัดดังกล่าวตัวเขายังคงทำได้แค่นั่งดูอยู่ที่ม้านั่งสำรองเพียงเท่านั้น จนกระทั่งได้มีโอกาสกลับมาติดทีมชาติชุดใหญ่อีกครั้งในเกมที่ทีมชาติ England  พบกับ ทีมชาติเดนมาร์ก ซึ่งในครั้งนี้เขาได้มีโอกาสได้สัมผัสเกมและสามารถโชว์ฟอร์มสุดยอดออกมาจนช่วยให้ทีมชาติ England เอาชนะไปได้ 1-0 ที่สนามเวมบลีย์

ต่อมาในปี 2014 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ถูกเรียกตัวเข้าติดทีมชาติ England  ในชุด 23 คน ลุยศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล โดยในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ทีมชาติเมืองผู้ดี ได้อยู่ร่วมกลุ่ม D ร่วมกับ คอสตาริกา, อิตาลี, และอุรุกวัย โดยเขาได้มีโอกาสลงเล่นให้กับทีมชาติ England ในเกมที่พบกับทีมชาติอิตาลี แต่ก็ต้องแพ้ให้กับทีมร่วมทวีปไป 2-1 และต้องตกรอบแรก ในอันดับสุดท้ายของกลุ่ม D และยังเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปีที่ทีมชาติ England ตกรอบแรกในการแข่งขันฟุตบอลโลก

จนกระทั่งในปี 2016 ได้กลับมามีชื่อติดทีมชาติอีกครั้ง ในการแข่งขัน ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ Euro 2016 โดยในการแข่งขันรายการดังกล่าว ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมทันที และยังสามารถช่วยให้ทีมชาติ England ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีม ได้สำเร็จ ก่อนที่จะถูกหยุดไว้เพียงแค่รอบนี้จากการพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติ ไอซ์แลนด์ 2-1

หลังต่อไปเป็นต้นมา ราฮีม สเตอร์ลิง ก็กลายเป็นดาวเตะคนสำคัญของทีมชาติ England ในทุกรายการการแข่งขันในทันที จนสามารถนำทีมชาติเมืองผู้ดีเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกในปี 2018 ได้อีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้จัดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย ทำให้ทีมชาติ England สามารถทำการปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศได้อย่างง่ายดาย และยังประกอบไปด้วยตัวผู้เล่นที่ทางด้าน แกเร็ท เซาท์เกต กุนซือได้เรียกเข้ามาติดทีมชาติในครั้งนี้ ล้วนแต่มีความกระหายในชัยชนะและอยากที่จะก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์โลกให้ได้ ทำให้พวกเขาสามารถทำผลงานออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ด้วยความทีค่เป็นนักฟุตบอลหน้าใหม่ที่มีอายุน้อย จึงทำให้พวกเขาไม่สามารถทนแรงกดดันและจบไว้เพียงแค่รอบรองชนะเลิศ และแพ้ให้กับทีมชาติเบลเยี่ยมในรอบชิงที่ 3 ไปด้วยสกอร์ 3-0

เกียรติประวัติ

สเตอร์ลิง สามารถคว้าแชมป์ร่วมกับทัพเรือใบสีฟ้าได้ถึง 2 สมัยติด

สโมสร เรือใบสีฟ้า
Premier League: 2017–2018, 2018–2019

FA Cup: 2018–2019

Football League/EFL Cup: 2015–2016, 2018–2019

FA Community Shield: 2019

เกียรติประวัติส่วนตัว
Liverpool Young Player of the Season: 2013–2014, 2014–2015

Golden Boy: 2014

UEFA Champions League Team of the Group Stage: 2015–2016

UEFA Champions League Squad of the Season: 2018–2019

Premier League Player of the Month: August 2016, November 2018

British Ethnic Diversity Sports Awards (Sportsman of the Year): 2019

Premier League Team of the Year: 2018–2019

PFA Young Player of the Year: 2018–2019

FWA Footballer of the Year: 2018–2019

ประวัติเจโรม บัวเต็ง

ประวัติเจโรม บัวเต็ง
วันเกิด:3 ก.ย. 1988 (อายุ 28)  เกิดที่:Berlin  สัญชาติ:เยอรมนี ส่วนสูง:192 cm.  น้ำหนัก:79 Kg. ตำแหน่ง:กองหลัง หมายเลขเสื้อ:17 เป็นนักเตะที่มีทักษะอย่างมากทั้งการโหม่งทำประตู การเปิดบอลจากแดนหลัง การเข้าปะทะที่แม่นยำ จนเปลี่ยนเป็นกองหลังตัวสำคัญของ บาเยิร์นมิวนิค และทีมชาติ เยอรมนี  ufa1688 
ภายใต้การคุมทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า บัวเต็งเปลี่ยนเป็นกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ขณะที่ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2016 เขาก็เป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญของเยอรมัน ที่มีฟอร์มการอย่างสุดโหดในบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หลังจบทัวร์นาเม้นท์ เขาได้รับรางวัลนักเตะเยอรมันยอดเยี่ยมแห่งปี ถือเป็นการย้ำเตือนว่าแม้พวกตัวรุกจะถูกยกย่องตีราคาสูงส่งเพียงใด กองหลังระดับโลกก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่จะพลิกชะตาของทีมได้เช่นเคย ที่ฝรั่งเศส บัวเต็งเป็นหัวใจในทีมชุดล่าแชมป์ของโยอาคิม เลิฟ นับตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีดแรกในนัดเปิดสนามของทีมแชมป์โลกที่เจอกับยูเครน การจ่ายบอลทะลุแนวรับของเขาช่วยเปิดทางให้แนวรุกของเยอรมัน ฝากเงิน w88 ในช่วงที่เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง การเข้าปะทะในขณะที่เหมาะเจาะของเขาก็ยังสุดยอด แม้ว่าเขาจะแทบไม่ได้แสดงให้เห็นในจุดนี้ เพราะว่าเขายืนตำแหน่งได้ดีมากก็ตาม การสกัดบอลของเขาก็เป็นอีกอย่างที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้ ในเกมกับยูเครนนั้น บัวเต็งได้เคลียร์บอลจากเส้นประตูอย่างน่าจดจำมาแล้ว
ทีมอินทรีเหล็กไม่ใช่แค่ทีมเดียวที่ได้รับผลกระทบ เมื่อเซ็นเตอร์แบ็ครายนี้บาดเจ็บ โดยเมื่อต้นปี 2016 บัวเต็งก็เคยหายหน้าหายตาไปนานถึง 3 เดือนด้วยกัน ถือเป็นการพักแข้งที่ยาวนานที่สุดของเขา นับตั้งแต่เจ็บตอนอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2011 ในช่วงเวลานั้น บาเยิร์นเหมือนขาดอะไรบางสิ่งไปด้วย บางทีสิ่งนี้อาจไม่ถูกสังเกตเห็นในบุนเดสลีกา แต่ในเวทียุโรปแล้วมันทำให้พวกเขาต้องพึ่งอาร์ตูโร่ วิดัล รวมทั้งโชคอีกบางส่วนในการผ่านยูเวนตุส ก่อนกรุยทางไปถึงรอบรองชนะเลิศ บัวเต็งกลับมาลงสนามในเลกที่ 2 ของรอบ 4 ทีมสุดท้ายพบกับแอตเลติโก มาดริด แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยบาเยิร์นได้ แต่จากผลงานโดยส่วนตัวของเขาแล้ว ถือเป็นอีกทีที่ได้แสดงให้คิดว่าเขามีความสำคัญกับสโมสรเพียงใด จากนักเตะภายใต้การดูแลของกวาร์ดิโอล่า ตอนนี้บัวเต็งได้กลายมาเป็นกองหลังควอเตอร์แบ็คที่เป็นรูปแบบสำหรับเกมสมัยใหม่ไปแล้ว การวางบอลและความแม่นยำของเขาน่าจะทำให้ทอม เบรดี้ประทับใจไม่น้อย และเขาก็คว้าแชมป์ได้เหมือนกับดาวดังจาก ถอนเงิน w88 นิว อิงแลนด์ แพเทรียตส์ด้วย โดยคว้าดับเบิ้ลแชมป์ภายในประเทศสำหรับปี 2016 จนถึงขณะนี้บัวเต็งเปลี่ยนเป็นแชมป์บุนเดสลีกาถึง 4 สมัยไปแล้ว  

ประวัติเจโรม บัวเต็ง
วันเกิด:3 ก.ย. 1988 (อายุ 28)  เกิดที่:Berlin  สัญชาติ:เยอรมนี https://www.w88livethai.com ส่วนสูง:192 cm.  น้ำหนัก:79 Kg. ตำแหน่ง:กองหลัง หมายเลขเสื้อ:17 เป็นนักเตะที่มีทักษะอย่างมากทั้งการโหม่งทำประตู การเปิดบอลจากแดนหลัง การเข้าปะทะที่แม่นยำ จนแปลงเป็นกองหลังตัวสำคัญของ บาเยิร์นมิวนิค และทีมชาติ เยอรมนี
ภายใต้การคุมทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า บัวเต็งเปลี่ยนเป็นกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ขณะที่ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2016 เขาก็เป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญของเยอรมัน ที่มีฟอร์มการอย่างสุดโหดในบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หลังจบทัวร์นาเม้นท์ เขาได้รับรางวัลนักเตะเยอรมันยอดเยี่ยมแห่งปี ถือเป็นการย้ำเตือนว่าแม้พวกตัวรุกจะถูกยกย่องตีราคาสูงส่งเพียงใด กองหลังระดับโลกก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่จะพลิกชะตาของทีมได้เช่นเคย ที่ฝรั่งเศส บัวเต็งเป็นหัวใจในทีมชุดล่าแชมป์ของโยอาคิม เลิฟ นับตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีดแรกในนัดเปิดสนามของทีมแชมป์โลกที่เจอกับยูเครน การจ่ายบอลทะลุแนวรับของเขาช่วยเปิดทางให้แนวรุกของเยอรมัน ฝากเงิน w88 ในช่วงที่เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง การเข้าปะทะในขณะที่เหมาะเจาะของเขาก็ยังสุดยอด แม้ว่าเขาจะแทบไม่ได้แสดงให้เห็นในจุดนี้ เพราะว่าเขายืนตำแหน่งได้ดีมากก็ตาม การสกัดบอลของเขาก็เป็นอีกอย่างที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ ในเกมกับยูเครนนั้น บัวเต็งได้เคลียร์บอลจากเส้นประตูอย่างน่าจดจำมาแล้ว
ทีมอินทรีเหล็กไม่ใช่แค่ทีมเดียวที่ได้รับผลกระทบ เมื่อเซ็นเตอร์แบ็ครายนี้บาดเจ็บ โดยเมื่อต้นปี 2016 บัวเต็งก็เคยหายหน้าหายตาไปนานถึง 3 เดือนด้วยกัน ถือเป็นการพักแข้งที่ยาวนานที่สุดของเขา นับตั้งแต่เจ็บตอนอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2011 ในช่วงเวลานั้น บาเยิร์นเหมือนขาดอะไรบางสิ่งบางอย่างไปด้วย บางทีสิ่งนี้อาจไม่ถูกสังเกตเห็นในบุนเดสลีกา แต่ในเวทียุโรปแล้วมันทำให้พวกเขาต้องพึ่งอาร์ตูโร่ วิดัล รวมทั้งโชคอีกนิดหน่อยในการผ่านยูเวนตุส ก่อนกรุยทางไปถึงรอบรองชนะเลิศ บัวเต็งกลับมาลงสนามในเลกที่ 2 ของรอบ 4 ทีมสุดท้ายพบกับแอตเลติโก มาดริด แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยบาเยิร์นได้ แต่จากผลงานโดยส่วนตัวของเขาแล้ว ถือเป็นอีกรอบที่ได้แสดงให้คิดว่าเขามีความสำคัญกับสโมสรเพียงใด จากนักเตะภายใต้การดูแลของกวาร์ดิโอล่า ตอนนี้บัวเต็งได้กลายมาเป็นกองหลังควอเตอร์แบ็คที่เป็นรูปแบบสำหรับเกมสมัยใหม่ไปแล้ว การวางบอลและความแม่นยำของเขาน่าจะทำให้ทอม เบรดี้ประทับใจไม่น้อย และเขาก็คว้าแชมป์ได้เหมือนกับดาวดังจาก ถอนเงิน w88 นิว อิงแลนด์ แพเทรียตส์ด้วย โดยคว้าดับเบิ้ลแชมป์ภายในประเทศสำหรับปี 2016 จนถึงขณะนี้บัวเต็งแปลงเป็นแชมป์บุนเดสลีกาถึง 4 สมัยไปแล้ว ฮันส์-ดีเทอร์ ฟลิค กุนซือทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ในศึกบุสเดสลีกา เยอรมนี นำลูกทีมดาวดังลงฝึกซ้อมอาทิ มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตู รวมทั้ง เจอโรม บัวเต็ง, อิวาน เปริซิช, ลูคัส เอร์นานเดซ และคิงสลีย์ โคแมน ที่ศูนย์ฝึกอบรมของบาเยิร์น มิวนิก ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมทีมแรกของทีมในบุนเดสลีกา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น แต่การฝึกซ้อมได้มีการรักษาระยะห่างที่จำเป็นจากกันและกัน 

โดยหัวหน้าลีกบุนเดสลีกาได้ตั้งเป้าหมายที่จะกลับมาดำเนินการแข่งขันช่วงปลายเดือนพฤษภาคม แต่จึงควรได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลเยอรมนีก่อนว่าสามารถจัดการแข่งขันได้.-สำนักข่าวไทย เมื่อไม่นานมานี้ “บุนเดสเทรนเนอร์” โยอาคิม เลิฟ สร้างเซอร์ไพรส์แวดวง ด้วยการประกาศออกมาแบบชัดถ้อยชัดคำ ว่า 3 นักเตะซีเนียร์ของบาเยิร์น มิวนิค อย่าง โธมัส มุลเลอร์, มัตต์ ฮุมเมลส์ และเจอโรม บัวเต็ง จะไม่มีอนาคตอีกแล้วในทีมชาติเยอรมัน คือพูดซะโหดร้าย ประมาณว่า ไม่ว่าคุณเล่นดีมากแค่ไหน ผมก็ไม่เอาคุณแล้ว กระแสการออกมาประกาศ ค่อนข้างช็อคแวดวงบอลเยอรมันอย่างมาก เพราะมันดูเกินความจำเป็นไปหน่อยในความรู้สึกคนอีกหลายๆคน เพราะเอาเข้าจริง แค่เวลาประกาศเรียกตัว คุณไม่ต้องเรียกเขามาก็จบ ยังไม่รวมทั้งเรื่องผลงานของเลิฟเอง ที่ใช่ว่าจะดี เพราะล้มเหลวในบอลโลกมา คนเลยยิ่งเหวอ ว่าแกไปตัดสินนักเตะแกนหลักของทีมอย่างงี้ได้ไงกัน

ในขณะที่ลองมามองในมุมการใช้งานนักเตะกันหน่อย คือก็ใช่แหละ ที่มุลเลอร์กับบัวเต็ง อาจจะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีเท่าไหร่ แต่กับฮุมเมลส์ล่ะ? แม้เขาจะมีฟอร์มหลุดบ้าง แต่เมื่อดูทางเลือกแล้ว เขายังเป็นกองหลังชั้นนำ ที่น่าจะช่วยเยอรมันได้อีกหลายปี เพราะอายุแค่ 30 ปีเอง ไอ้ตำแหน่งมุลเลอร์ มันยังพอกล้อมแกล้ม ตัวรุกรุ่นใหม่ของเยอรมันน่าจะทดแทนได้สบาย เพราะตอนหลังมุลเลอร์ ก็ไม่ได้ปักหลักเป็นหน้าเป้าแล้ว (หน้าเป้ายังหายากอยู่ สำหรับอินทรีเหล็ก) แต่กับตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเองล่ะ? ถ้าโยกี้ เลิฟ เป็นตายร้ายดีจะไม่เอาฮุมเมลส์ หรือบัวเต็ง แล้ว ตัวแทนคนอื่นของเยอรมัน จะมีใครบ้าง?